“เขียนข้ามขอบ” : เขียนปลดล็อกชีวิต

Writing For Mind Shifting Course

 

ทะลุกรอบความคิด สร้างแรงบันดาลใจให้ชีวิต ปลดล็อกใจ และก้าวข้ามพื้นที่ปลอดภัย ในหลักสูตร เขียนเปลี่ยนชีวิต รุ่นที่ 48

มีรูปแบบการอบรมในห้องเรียน (Workshop) และรูปแบบกึ่งออนไลน์ (เรียนผ่าน Email+สมุดบันทึก) ให้เลือกตามความสะดวก

รายได้เพื่อสนับสนุนโครงการเพื่อการกุศลต่างๆ ของสถาบันธรรมวรรณศิลป์

⭐️ เป้าหมายในการอบรม

 

  • ผู้เรียนสามารถใช้บันทึกเพื่อการก้าวข้ามความกลัว ความเชื่อ และความไม่มั่นใจในตนเองได้ ในเรื่องต่างๆ ของชีวิต
  • ผู้เรียนสามารถใช้เทคนิคการเขียนเพื่อปลดปล่อยพลังสร้างสรรค์ในตนเอง ก้าวข้ามขีดจำกัดมุมมองเดิมของตน
  • ผู้เรียนสามารถใช้การเขียนเพื่อย้อนกลับมาทำความเข้าใจตนเอง และปัญหาในชีวิตที่เคยเกิดขึ้นหรือกำลังเผชิญ
  • ผู้เรียนสามารถใช้บันทึกเชิงจิตวิทยาเพื่อพัฒนาความคิดเชิงบวก ความรู้สึกดี และมุมมองที่สร้างสรรค์ต่อชีวิต

 

หลักสูตรการเขียนนี้มิได้มุ่งเน้นการพัฒนาทักษะการเขียนเพื่อสร้างผลงานให้ผู้อื่นอ่าน แต่มุ่งเน้นการพัฒนาตัวผู้เขียนผ่านการเขียนบันทึกเชิงสร้างสรรค์ผ่านวิธีการ เขียนสั่งจิต เขียนเพื่อก้าวข้ามขอบ เขียนจินตลีลา และเขียนเน้นประสาทสัมผัส เพื่อการพัฒนาตนเองของผู้เขียนในด้านการริเริ่มสร้างสรรค์ ก้าวข้ามขีดจำกัดชีวิต และสั่งจิตกำกับใจ  ก้าวออกมาเผชิญกับขอบของตนและเปิดมุมมองกำกับจิตตนไปด้วยพลังสร้างสรรค์ ด้วยการพาตนกลับมาอยู่กับตัวเองเพื่อ “เห็นใจ” และ “กำกับใจ” ปลดปล่อยศักยภาพที่เรามีแต่หลงลืม ด้วยรูปแบบการเขียนบันทึกเชิงกระบวนการในหลักสูตร เขียนเปลี่ยนชีวิต

ลักษณะของการเขียนข้ามขอบ คือ การเขียนกึ่งบันทึกที่มีการกำหนดหัวข้อ ลักษณะการเขียน การต่อคำ กระบวนการหรือเทคนิค และการจินตภาพ เพื่อกระตุ้นผู้เขียนทิ้งกรอบข้อจำกัดเดิมของตน เผชิญกับจุดหวั่นไหว และริเริ่มสร้างสรรค์ใหม่ๆ ทั้งด้านอารมณ์ความรู้สึก มุมมอง และท่าทีต่อชีวิต เพื่อก้าวข้ามจากกับดักความคิดและสิ่งที่ถ่วงรั้งพลังแห่งการเริ่มต้นใหม่ เพื่อติดปีกให้กับหัวใจและพลังสร้างสรรค์

ขั้นตอนสำคัญ เขียนข้ามขอบ

  • เรียนรู้จุดหวั่นไหว : เผชิญความท้าทายและกรอบที่ปิดกั้น กล้าที่จะเริ่มต้นและก้าวสู่ “พื้นที่เสี่ยง”
  • ตระหนักพื้นที่เคยชิน : ยอมรับการยึดติดและความเคยชิน “เห็นใจ” เพื่อปลดล็อกใจตน
  • ชิมลางอีกฝั่ง : น้อมนำศักยภาพอีกด้าน “กำกับใจ” เพื่อพาใจและการลงมือทำนอก “พื้นที่ปลอดภัย”
  • ลื่นไหลไม่จำกัด : นำความสร้างสรรค์ประสานทุกด้านของใจ หาสมดุลและความพอดี

🗺 รูปแบบการเรียน

 

รูปแบบ Workshop : เรียนในห้องจำนวน 4 วัน ผ่านกระบวนการเรียนรู้แบบมีส่วนร่วม เน้นการปฏิบัติลงมือทำ ควบคู่กับการแลกเปลี่ยนกับเพื่อนร่วมเรียน โดยจะต้องเข้าอบรมครบทุกวันจึงผ่านการอบรม

รูปแบบ กึ่งออนไลน์ : เรียนทางไกลโดยใช้อีเมล มีสื่อเว็บไซต์ให้ศึกษาเนื้อหาและขั้นตอนแบบฝึกหัด ลงมือทำกิจกรรมบันทึกส่งครูผ่านแบบฟอร์มหรือช่องทางที่กำหนด และได้รับคำแนะนำตอบกลับจากครูโดยตรงทางอีเมล โดยมีหัวข้อกิจกรรมแบบฝึกหัดและบทเรียนมากกว่า 30 หัวข้อ  มีเวลาเรียน 4 สัปดาห์ โดยจะต้องลงมือทำส่งอย่างน้อย 7 ครั้งจึงผ่านการอบรม

 

👩‍❤️‍👩 การอบรมแบบ Workshop ดีอย่างไร

 

  • มีกิจกรรมศิลปะและรูปแบบการเรียนรู้อื่นๆ นอกเหนือจากการเขียนบันทึก
  • มีเพื่อนร่วมเรียนร่วมแลกเปลี่ยนเรียนรู้ ช่วยส่งเสริมให้เกิดกำลังใจและทบทวนมุมต่าง
  • มีแบบฝึกหัดที่ได้ทำเหมือนกัน และให้เลือกแตกต่างกันไปตามความสนใจและประเด็นแต่ละบุคคล
  • บรรยากาศช่วยส่งเสริมการเรียนรู้ เน้นการมีส่วนร่วมและมิตรภาพ ผลักดันให้ลงมือทำกิจกรรมด้วยกัน
  • ผู้เข้าเรียนได้ทบทวนตนเอง และมีผู้ร่วมเรียนช่วยทบทวน ผ่านการปฏิบัติและการบอกเล่าประสบการณ์
  • พบครูผู้สอนโดยตรง ถาม-ตอบอย่างรวดเร็ว
  • เรียนจบได้คู่มือทำต่อกิจกรรมที่เหลือด้วยตัวเอง
  • มีเวลาเรียน 4 วันตายตัว จัดเวลาง่ายกว่าการอบรมทางไกล และมากพอสำหรับการฝึกฝน

🧑‍💻 การอบรมแบบ กึ่งออนไลน์ ดีอย่างไร

 

  • ผู้เรียนกำหนดเนื้อหาด้วยตนเอง ผ่านการเลือกหัวข้อและการคุยแลกเปลี่ยนกับครู ซึ่งดูแลรายบุคคลมากกว่าในห้อง
  • มีระยะเวลาในการเรียนมากถึง 4 สัปดาห์ ผู้เรียนเลือกเวลาด้วยตนเองว่าจะเข้าศึกษาและส่งกิจกรรมเมื่อใด ก่อนหมดเขตที่กำหนด
  • มีหัวข้อเนื้อหามากกว่า 30 หัวข้อ โดยแบ่งออกเป็น 3 ระดับ เรียนจบได้แบบฝึกหัดทำต่อด้วยตัวเอง
  • เป็นส่วนตัว แลกเปลี่ยนกับกลุ่มเฉพาะเนื้อหาสำคัญ มีเวลาในการบันทึกไม่ต้องรีบเร่งทำเสร็จพร้อมกัน
  • ผสมผสานข้อดีของการเรียนในห้องและการเรียนแบบออนไลน์ ลงลึกได้มากกว่าการเรียนออนไลน์ผ่านวิดีโอธรรมดา และมากกว่าในห้องที่มีเวลาจำกัด
  • มีบทเรียนและการสะท้อนตนเองจากผู้เรียนแบบกึ่งออนไลน์ที่ผ่านมาเป็นจำนวนมาก ซึ่งการอบรมรูปแบบนี้เป็นเอกลักษณ์เฉพาะสถาบันฯ
  • มีค่าใช้จ่ายถูกกว่าเมื่อเทียบเวลาเรียนกับการอบรมในห้องและการให้คำปรึกษาในแนวทางเดียวกันต่อชั่วโมง

🎊 ตัวอย่างบทเรียนและการเปลี่ยนแปลงของผู้เรียน

 

” ก่อนที่จะเริ่มการอบรมก็ยังคิดๆนะคะว่า มันจะ เวิร์ค เหรอคะ แต่ไม่น่าเชื่อค่ะ มันโอเคมากๆเลย หนูรู้สึกได้ก้าวข้ามขีดจำกัดของตัวเอง

” หนูได้ทำในสิ่งที่ไม่เคยทำ หนูได้ทบทวนตัวเอง เห็นตัวเอง ได้เข้าใจ ยอมรับ หนูได้รู้จักความอิสระ แม้ในสภาวะตึงเครียส
หนูสุข สงบ แม้ว่าสถานการณ์มันไม่เป็นตามที่เราคิด ”

” เรา คือผลลัพธ์ ของตัวเราเอง เราเท่านั้น คือผู้ที่จะก้าวข้าม ข้อจำกัด กรอบ ความกลัวต่างๆ เราคือความอิสระ สุข ทุกข์ ก็มีเพียงแต่เราเท่านั้นที่จะยอมรับ และก้าวข้าม ”

คุณสุพิตา (นิ) อาชีพ ค้าขาย

 

” ก่อนเข้าร่วม กังวลในวิธีการเรียนว่าจะเริ่มเขียนได้อย่างไรไม่มีอาจารย์สอน เราจะทำได้หรือไม่เพราะไม่มีใครบังคับเหมือนเรีบนในชั้นเรียน หลังอบรม ประทับใจรูปแบบและวิธีการมาก หัวข้อและวิธีการชัดเจน มีตัวอย่าง ชื่อหัวข้อดึงดูดความสนใจให้มีไอเดียที่เราคิด หรือลองเขียนได้จริง มั่นใจว่าการเขียนช่วยเปลี่ยนจากด้านในเราได้

” การทบทวน ใคร่ครวญ ทำให้เราสามารถค้นหาและกล้าวาดและระบายสิ่งที่เราไม่กล้าเปิดความคิดหรือความรู้สึกเหล่านั้นให้ใครรู้ได้ แต่ใจเราเบาลงเมื่อได้ฝึกเขียน ความรู้สึกต่าง ๆ ยังคงไม่มีใครรู้กับเรา แต่เราได้ขัดเกลาบางอย่างออกไปบ้างแล้วเมื่อเขียนเสร็จ

” ในการอบรมนี้ เราก้าวข้ามขอบด้วยการที่เราเห็นคุณค่าและความภูมิใจในตัวเองสิ่งดี ๆ ที่เราทำได้ และขอบที่เรากล้ายอมรับว่าเราทำอะไรไม่ดีแล้วเราหันกลับไปเข้าใจความรู้สึกของคนรอบข้างที่โดนเรากระทำ

” ไม่มีอะไรจะสำเร็จได้หากไม่ลงมือปฏิบัติ จงให้โอกาสกับสิ่งที่เราไม่รู้ และเมื่อเราค้นพบสิ่งที่เราไม่รู้ทั้งความคิดและความรู้สึกแล้วจงแก้ไขและทำให้ชีวิตเราดีขึ้นแม้จะแก้ไขได้เพียงเล็กน้อย ก็ยังดีกว่าให้มันเกาะกินใจเราไปตลอด ”

คุณปรางทิพย์ (ปราง) อาชีพ เจ้าหน้าที่องค์การมหาชน

 

” ได้ก้าวข้ามขอบทีละเล็กทีละน้อย เป็นลำดับขั้นตอน ได้ค้นพบการตนเอง ได้พูดคุยกับตนเอง ได้พบสิ่งมหัศจรรย์จากจิตใต้สำนึกที่ออกมาพูดคุยกับเรา ได้ให้เราพบกับตัวตนที่เราหลงลืมไป ได้นำพาให้เรามีความละเอียดอ่อนทางอารมณ์ ได้อยู่กับตนเองมากขึ้นเป็นดั่งหนอนผีเสื้อที่กำลังคืบคลานหรืออาจกำลังอยู่ในดักแด้ที่ใกล้ถึงวันออกจากเปลือก รอวันกางปีกและโบยบินอย่างเข้มแข็งมั่นคงและมีอิสระ ก้าวข้ามความกลัวในใจตัวเอง เรียนรู้และเติบโตในทุกๆด้าน ในแต่ละหัวข้อที่ได้เขียนมีทั้งอารมณ์สุข ทุกข์ รวมทั้งอารมณ์สนุกสนาน ตื่นเต้น ท้าทาย มีความประทับใจในหัวข้อบันทึกในแต่ละระดับที่ครูนำมาให้ทำ และประทับใจที่ครูตอบอีเมลล์กลับและให้คำแนะนำ

” ในการอบรม พบความอ่อนโยน ความกลัว ความกล้าหาญ ในตัวเอง ได้พบข้อดี ข้อเสีย ที่เราต้องการพัฒนาและปรับปรุง ได้พบกับความต้องการในจิตใต้สำนึกผ่านการเขียนไม่หยุดปากกา ได้ค้นพบตัวตนและเป้าหมายหลักในชีวิตของเรา ได้พบขอบ หรือจุดหวั่นไหวของตัวเองซึ่งเป็นปัญหาหลักในการดำเนินชีวิตทุกๆเรื่อง

” การเริ่มลงมือเขียนหัวข้อแรก ก็เป็นการก้าวข้ามขอบเล็กๆ ยิ่งเขียนมากเท่าไหร่ ก็ยิ่งเข้าถึงหัวใจของเราเองมากขึ้น ค้นพบจุดหวั่นไหว ขอบของตัวเองมากมายหลายเรื่อง ได้พบแรงผลักดัน เป้าหมายของชีวิต หรืออีกด้าน ก็เป็นการปลดปล่อยความรู้สึกที่อัดอั้น ได้ผ่อนคลายความทุกข์ แต่บทเรียนสำคัญที่ได้จากการเรียนเรื่องนี้ คือ การลงมือทำ และหยุดนิ่ง สงบอยู่กับตัวเองดั่งหนอนดักแด้รอวันบิน ”

คุณสุพัตรา (เอ๋) อาชีพ ธุรกิจส่วนตัว

 

” รู้สึกขอบคุณตัวเองที่ตัดสินใจก้าวเข้ามาสู่การอบรมครั้งนี้ จากที่เป็นคนคาดหวังกับอะไรๆ ไว้สูง จึงทำให้เราไม่ยอมรับผลลัพธ์ และไม่ยอมรับตัวตนที่แท้จริงของตนเอง ทำให้ตอนนี้เรายอมรับความเป็นตัวเองได้มากขึ้น หันมาอยู่กับตัวเอง คุยกับตัวเอง มีความกล้า ความเชื่อมั่นในการใช้ชีวิตและยอมรับกับเรื่องราวต่างๆ มากขึ้น

” คนทุกคนมีศักยภาพ และสิ่งดีงามอยู่ภายใน หากเราซ่อนมันเอาไว้ ไม่กล้าคิด ทำ และแสดงออกมา เราก็จะไม่มีวันได้เห็นตัวตนที่แท้จริง ศรัทธาตัวเอง เชื่อมั่นเชื่อใจหัวใจตัวเอง ความกลัวเป็นแต่สิ่งสมมติ ก้าวข้ามมันไปให้ได้ ”

คุณภัสร์นลิน ( ไข่มุก) อาชีพ ราชการ

 

” ประทับใจมากค่ะทุกกิจกรรมทำให้เราได้พัฒนาตัวเอง ชอบหัวข้อเกี่ยวกับการเอาชนะความกลัวค่ะ เราค้นพบว่าเรามีศักยภาพเราสามารถพัฒนาได้มากกว่าที่เราคิด

” เราก้าวข้ามความกลัวได้อีกหนึ่งระดับ เรากล้าขึ้นแท็กซีคนเดียวได้แล้ว กล้าเดินทางไปกับคนแปลกหน้า ใช้ปัญญาพิจารณาความกลัว ไม่กลัวอะไรที่ไร้สาระเกินไป จากที่แต่ก่อนกลัวทุกอย่างในโลกนี้ ระดับต่อไปจะตั้งใจฝึกเอาชนะความกลัวการขับรถกับว่ายน้ำค่ะ

” ข้อคิดทิ้งท้ายไว้คือ คนเราฝึกได้พัฒนาได้ ควรฝึกและพัฒนาตลอดเวลาเพราะบ้างครั้งอาจเผลอเลอหลงไปกับความคิดที่ผิดของตัวเองได้ ”

/ คุณนภภัสร์สร ( แอน ) อาชีพ ค้าขาย

⏰ เวลาอบรมและสถานที่

 

รูปแบบ Workshop 4 วัน :

วันที่ 10 – 11 และ 17 – 18 กรกฎาคม 2564 (เสาร์-อาทิตย์) เวลา 9.00 น. ถึง 17.00 น.

ณ สำนักงาน สถาบันธรรมวรรณศิลป์ ซอยงามวงศ์วาน 7 ใกล้สี่แยกแคราย 

แผนที่ : https://goo.gl/maps/WzFHPJAAP512

 

รูปแบบ กึ่งออนไลน์ 4 สัปดาห์ :

วันที่ 12 กรกฎาคม ถึง 9 สิงหาคม 2564 ทางอีเมล์และเว็บไซต์ที่กำหนด

📝 อุปกรณ์ที่ต้องใช้ในการอบรม

 
  • สมุดบันทึก ขนาดไม่น้อยกว่า 7 นิ้ว (วัดทะแยงมุม) ขึ้นไป โดยประมาณ
  • ปากกา / อุปกรณ์การเขียน
  • สีเทียน หรือ สีชอล์ค (เฉพาะเรียนกึ่งออนไลน์)
  • อุปกรณ์เปิดอีเมล์ และ เว็บไซต์ (เฉพาะเรียนกึ่งออนไลน์)

🏷 ค่าใช้จ่าย

 

รูปแบบ Workshop 4 วัน จำนวน 3,500 – 5,400 บาท ตามกำลังทรัพย์

อัตราสูงสำหรับผู้มีกำลังทรัพย์มาก และอัตราขั้นต่ำสำหรับผู้มีกำลังทรัพย์ไม่เพียงพอ ในการอบรมมีอาหารกลางวันมังสวิรัติ 

รูปแบบ กึ่งออนไลน์ 4 สัปดาห์ จำนวน 1,900 บาท (เฉลี่ยวันละไม่ถึง 70 บาท)

*ขอแบ่งชำระสองงวดได้ โดยงวดที่สองจะต้องชำระภายในไม่เกินวันสุดท้ายของการอบรม​

 

ค่าลงทะเบียนในการอบรมรอบนี้ เมื่อหักค่าใช้จ่ายและค่าวิทยากรแล้ว นำไปใช้ในโครงการเพื่อการกุศล ดังนี้

1 ) โครงการ ปัญญ์สเปซ แหล่งเรียนรู้คอร์สออนไลน์ฟรี

2 ) โครงการ ห้องเรียน เขียนภาวนา

3 ) โครงการ ตู้หนังสือเพื่อเด็กยากไร้และชุมชน

โดยสถาบันฯ ไม่รับเงินทุนสนับสนุนจากองค์กรใดแต่ใช้ทุนส่วนตัวของครูโอเล่และรายได้จากการอบรมทั้งสิ้น

อ่านรายละเอียด กิจกรรมโครงการเพื่อการกุศล ได้ที่ www.dhammaliterary.org/โครงการเพื่อการกุศล/

 

วิทยากร

 

ครูโอเล่ อนุรักษ์ เม่นหรุ่ม C.Ht

ผู้อำนวยการสถาบันธรรมวรรณศิลป์ ผู้สอนหลักสูตร “เขียนเปลี่ยนชีวิต” ผ่านหลายหัวข้อชุดอบรม และ หลักสูตรอื่นๆ อาทิ “ห้องเรียน พลังแห่งจิต” “เด็กน้อยภายใน” “ห้องเรียน นักกล้าฝัน” แก่บุคคลหลากหลายอาชีพ ทั้งในการอบรมแบบเปิดและการอบรมในกลุ่มเฉพาะตามรับเชิญ

มีความถนัดด้านการให้คำปรึกษา การพัฒนากระบวนการคิด และการบำบัดเยียวยา

ผู้เขียนคอลัมน์ออนไลน์  “ไกด์โลกจิต” และผู้ร่วมศึกษาการเขียนเพื่อส่งเสริมสุขภาวะผู้ต้องขังที่ติดเชื้อ HIV

 

Advanced Hypnotherapy Training Course , Certified Hypnotherapist ( C.Ht )

Intermediate NLP Training Course

Past Life Regression Therapy Training Course

Acting Your Inner Music

Awakening Leadership and Training of Trainer (Process Work Course 3)

Voice Dialogue Foundation

🤗 สมัครเข้าเรียน

 

เมื่อกรอกรายละเอียดครบถ้วนแล้ว ให้โอนค่าใช้จ่ายเพื่อยืนยันการเข้าร่วม และส่งหลักฐานหรือแจ้งเวลา ธนาคาร และชื่อผู้สมัครมาทางอีเมล์

dhammaliterary@gmail.com

🤝 เงื่อนไขและข้อตกลง

 

ผู้สมัครมีความตั้งใจร่วมกิจกรรมการอบรมอย่างเต็มที่ โดยได้อ่านรายละเอียดและพร้อมมีส่วนร่วมในขั้นตอนต่างๆ หากมีพฤติกรรมหรือการกระทำที่ส่งผลเสียต่อผู้สอนหรือกลุ่มผู้เรียน ทางโครงการหรือผู้สอนจะพิจารณาให้ออกจากการอบรมโดยไม่มีการชดเชย

ค่าใช้จ่ายนั้นให้เป็นไปตามกำลังทรัพย์และความเหมาะสมเพื่อสนับสนุนโครงการและผู้เรียนท่านอื่น ๆ หากไม่สะดวกชำระเต็มจำนวนที่ระบุ หรือมีความจำเป็นต้องจ่ายทีหลังให้แจ้งทางโครงการพร้อมเหตุผลที่ชัดเจนเมื่อสมัคร โดยจะไม่มีการคืนเงินหรือยกเลิกไม่ว่ากรณีใด

 

🤳🏻 สอบถามเพิ่มเติม

Dhammaliterary@gmail.com

 

👀 อ่านบทเรียน “เขียนข้ามขอบ”

เปิดอ่านได้ที่ www.dhammaliterary.org/รวมบทเรียน-เขียนข้ามขอบ