ความกลัว…ดั่งเธอเปียกโชกกลางสายฝน

  ความกลัว…ดั่งเธอเปียกโชกกลางสายฝน ตัวสั่นสะทกกับความหนาว เพียงชั่วคราว มันไม่อยู่ตรงนั้นอย่างคงทน เมื่อแดดออกอุ่นไอ ก็คลายชุ่มน้ำ . มันไม่ใช่ของเธอ ใครอยู่ตรงนั้นก็เปียกปอน ร่างกาย หัวใจ ใช่ก้อนหิน เธอควรหาร่มให้ตน หรือหลังคาพักก่อน นกน้อยที่อยากโผบิน . เรื่องร้ายเหล่านั้น แค่ฝนตกอยู่ตามกาล หล่นร่วง เสื่อมหาย – วิสัยธรรมชาติ ไม่เป็นเพราะเธอ ไม่เป็นตามต้องการ อย่าเอาตัวเข้าไปรับสายฝนสาด . เมื่อฟ้าใส เมฆจาง กางสายรุ้ง เธอจะมองหาความครึ้มหมองเพื่ออะไร มืดหม่นผ่านพ้นไป ให้ความสวยงามรองเรือง กายใจนี้มิได้ตากฝนอีกแล้ว . เปียกปอนก็กลับบ้านของตน กลับมาอยู่กับสิ่งที่จากมา ถอดเครื่องคลุมที่สวมตัว สละออกเพื่อเริ่มต้น โยนทั้งหมดลงตระกร้า . อย่าเอาความเปียกโชกเป็นตัวเธอ อย่าถือว่าฝนคือเสื้อผ้า ละยึดถือที่สวมทับ คลายมันออก เธอก็กล้า . ความกลัว… หนาวสั่น เช็ดตัวก็แห้งหาย กลับมาอยู่ที่กาย ปัจจุบันตรงนี้ไม่มีภัย จักรวาลโอบกอดเธอด้วยผ้าใหม่ . .… Continue reading ความกลัว…ดั่งเธอเปียกโชกกลางสายฝน

คนผิดหวัง เราที่สุด คือตัวเอง

  ลมหายใจแบกอะไร หรือว่างเปล่า ขณะเดินทางออกเข้า-ยาวสั้น อณูละเอียดกระทบจมูกก่อนจากไป เหลืออะไรให้หนัก กดทับทรวง . ความคาดหวังจากใครบังคับเธอ มันมาเจอใจเธอ ได้อย่างไร… ตรึกคำถาม ตามลม ไม่ไผลเผลอ เพื่อจะเจอต้นตอตีบตันใจ . สายตานั้นหรือเปล่า เขาร้าวราน พลังงานผิดหวังหรือโกรธเกรี้ยว เป็นวาจาบีบใจให้โรยล้า หรือกายาเจ็บช้ำ ด้วยไม้เรียว . มันแค่รูป อารมณ์ เสียง สัมผัส ฯ กระทบกับอายตนะกายใจนี้ เธอปรุงแต่งตัดสินเพื่อชี้วัด… คุณค่าตน-คาดมัดหวังได้มี . สายตาเพียงภาพที่จากลา ถ้อยวาจาคือเสียงที่ดับแล้ว พลังงานและสัมผัส ว่างมลาย ตอนนี้กลับเหลืออะไร-ไม่เปลี่ยนแปลง . คนผิดหวัง เราที่สุด คือตัวเอง ก่อนแบ่งออกแฝงไปแก่รอบข้าง * พาลยลยินรับรู้อย่างกลัวเกรง แต่งตีความเอาเองไม่ถามใคร . คนต่างแบ่งความหนักที่ถ่วงจิต หวังผ่อนคลายอย่างผิดทางหลุดพ้น ขณะลมหายใจใบ้ชีวิต สถิต ณ ผัสสะ ไร้ทุกข์ทน . แค่เธอเพียงรับผิดชอบที่ผัสสะ… Continue reading คนผิดหวัง เราที่สุด คือตัวเอง

ไยเธอจึงทุกข์เพราะการให้

  พระจันทร์ทุกข์เพราะการให้หรือไม่หนอ ขณะทอแสงละออกระจ่างฟ้า ต้นไม้ตรมเพราะออกผลแก่คนหรือ แม้ในมือง้างขวานหวดจามผ่า เธอเคยเห็นสายน้ำร่ำไห้ไหม รองรับขับถ่ายปฏิกูลเกลื่อนกล่น เห็นดอกไม้น้อยใจบ้างเพียงใด ผึ้งนำน้ำหวานไปแล้วทิ้งกัน มีนิยามผู้ให้และผู้รับ บังคับปลากับสาหร่ายไว้หรือเปล่า ดินถือตนเป็นคนให้ที่ใหญ่หลวง ดีกว่าหนอนเลื้อยคลานนั้นหรือเล่า ไยเธอจึงทุกข์เพราะการให้ มีใจครึ้มมัวดังเมฆหมอง ลองถามตนต้องการอะไร ขุ่นเพราะสิ่งใดซึ่งหมายปอง ปล่อยวางการให้ดังสายฝน ตกหล่นไม่เหลือรอยไม่ยึดเหนี่ยว ใครชื่นใครชังไม่กังวล ให้เพื่อว่างดั่งฟ้ากว้างเป็นหนึ่งเดียว การให้คือ อนัตตา ธรรมชาติสอนในหน้าที่ของทุกสิ่ง สละละเห็นแก่ตัวและอัตตา คือเป้าหมายการบริจาคที่ยอดยิ่ง เธอลองให้อย่างเป็นธรรมชาติ ทำทานอย่างสะอาดจากคาดหวัง ถือตามเหตุปัจจัยไม่ชอบชัง ทั้งผู้ให้ ผู้รับ เพียงความว่าง เมื่อให้จนไม่เหลือความผู้ให้ ใครจะทุกข์เพราะการช่วยแก่คนอื่น ทำทานสละอยากฝากโลกไว้ ขอแค่ว่างแม้ความดี ที่เหลือคืน   เนตัง มะมะ เนโส หมัสมิ นเมโส อัตตาติ นั่นไม่ใช่ของเรา นั่นไม่เป็นตัวเรา นั่นไม่ใช่ตัวตน   อนุรักษ์ ครูโอเล่ คอลัมน์ “บทภาวนา อนัตตา” ตอนที่ 40… Continue reading ไยเธอจึงทุกข์เพราะการให้

ข้าวปลาอาหารมิได้แพงขึ้น แต่เงินตรามีค่าน้อยลง

  “เงินทองคือของมายา ข้าวปลาคือของจริง” กล่าวกันแต่โบราณล่วงกาลเวลา ยังควรระลึกตรึกเตือนใจ . จากเปลือกหอย แร่หิน กระดาษฝ้าย สู่ตัวเลขลอยคว้างกลางอากาศ สิ่งสมมติสื่อกลางแลกเปลี่ยนค้าขาย เราให้ค่าจนคล้ายมิอาจขาด . อนิจจา เงินตราหาเที่ยงแท้ไม่มี จากวันนี้ วันนั้น ผันไปกลายเป็นอื่น จากนิดน้อยบาทเดียว เที่ยวซื้อสิ่งมากมาย จากสกุลหลักร้อยกลายเป็นพันเป็นหมื่น มิเคยคงที่หรือยั่งยืน… . ทุกขา เงินตราหาสุขแท้ไม่เจอ เสื่อมเพราะเผลอ ยกมายาเป็นนายเหนือ เสื่อมเพราะบ้าฐานะอยากจะมีมากดั่งใจ เสื่อมเพราะพลาดก่อเพิ่มภาระผูกพันหนัก มั่นหมายคราวใด ใจยากจนคราวนั้น… . อนัตตา เงินตราหาตนแท้ไม่ได้ ว่างเปล่าเจ้าของครอบครอง แค่แลกเปลี่ยนเวียนมา ว่างจากมูลค่าแท้จริง แค่อ้างอิงเป็นเส้นสาย ว่างไร้ตัวฉันและชีวิต มิอาจยึดติดเป็นคุณค่า มีเพื่อหมด เพียงสมมติมายา… . ดูให้ดี ข้าวปลาอาหารมิได้แพงขึ้น แต่เงินตรามีค่าน้อยลง เธอจะเลือกใช้ชีวิตเพื่อไขว่คว้า สิ่งที่มีค่าน้อยลงเรื่อยๆ หรือ ? . เงิน คริปโต หุ้น เหรียญดิจิตอล… Continue reading ข้าวปลาอาหารมิได้แพงขึ้น แต่เงินตรามีค่าน้อยลง

เธอลอง…อยู่กับความเหงาอย่างเต็มใจ

  ลองฟังเสียงแห่งความโดดเดี่ยวด้วยหูของเธอ มองความอ้างว้างด้วยสายตาคู่นั้น นิ่งงันแต่แน่วแน่ในที รู้สึกถึงกายที่เดียวดายตอนนี้ เพื่อเราจะอยู่ด้วยกัน . ลองยินเสียงอย่างแยบยลจากที่ใกล้และไกล พริ้วผ่านเข้ามาไหวน้อยๆ ข้างในตัว ดื่มด่ำดมดอมกลิ่นที่สายลมฝากให้ ขณะที่เธออยู่กับตน ด้วยใจที่เต็มตื่นและตื้นตัน . ลองทักทายอารมณ์ที่แวะเวียนด้วยความเงียบ แขกนานาผู้จรมาแล้วลาจาก กับบทสนทนาคุ้นเคยอันเรียบง่าย ดีบ้าง ร้ายบ้าง ไม่มีอะไรมาก ต่างอยู่ในคำว่า อนิจจัง . เธอลอง…อยู่กับความเหงาอย่างเต็มใจ ยอมให้ตนโดดเดี่ยวบ้าง ปิดโทรทัศน์ โทรศัพท์ สังคม และใครๆ พักการกระทำหรืออยากทำ และปล่อยวาง ปรีดากับความอ้างว้าง . ความไม่มี…มิได้ลดทอนสิ่งที่มี เธอจะเห็นความมีได้ชัดเจน…เมื่อไม่มี เดียวดายก็หาใช่ลำพังอย่างมั่นหมาย ว่างเปล่าก็หาใช่มืดหม่น แค่เราละเลยอะไรไปมากมาย . โลกที่หนีเหงาอย่างฉาบฉวย ติดกับดัก…อยากยึด…จนย่อยยับ * ไม่มีอะไรน่าคลุกคลีหรือฉกฉวย เดียวดายยังดีนักไม่ยับเยิน . อยู่ด้วยกันตรงนี้ในความโดดเดี่ยว เพื่อเป็นหนึ่งเดียวกับใครๆ ที่คอยเธออยู่ เรารอตรงนี้อย่างนิ่งงัน แต่แน่วแน่เด็ดเดี่ยว เจอกันในความว่างที่กว้างใหญ่ . เนตัง มะมะ เนโส… Continue reading เธอลอง…อยู่กับความเหงาอย่างเต็มใจ

คือผู้กินยามเป็น ถูกแทะเล็มยามชรา

    กิน เพื่อถ่าย ถ่าย เพื่อรอด กิน เกินกาย ถ่าย แหลกเหลว . แค่ทุกข์ที่ต้องกิน เพียงทุกข์ที่ต้องถ่าย วงจรไม่สิ้น แม้ยามตาย . คือผู้กินยามเป็น ถูกแทะเล็มยามชรา จนลมหายใจล่วงไป เรากลายเป็นอาหาร . ร่างพุพอง เน่าหนองไหล เลี้ยงจุลชีพ ฉีกทึ้งซาก สัตว์นานารอมื้อใหม่ เกิดตายทับทบ บนกองศพ . จวบลาจากกาย เรายังเสวยเวทนา รับผัสสะทางใจ สวรรค์นรกเกิดมา . จิตวิญญาณขับถ่าย เป็นภพชาติชรา ในวังวนเวียนว่าย ไปกับอวิชชา . คล้ายทารกในเปล เขลาไร้เดียงสา กินถ่ายละเลง เล่นคลุกกายา . หลงกินหลงถ่าย ชาติภพบนกองอุจาระ คิดว่าสวยน่าเพลินใจ กับรสชาติผัสสะ . เธอจงโตขึ้นเถิด มองให้เห็นความบ้า กิน-ถ่าย-ตาย-เกิด แล้วก้าวเดินออกมา . เนตัง… Continue reading คือผู้กินยามเป็น ถูกแทะเล็มยามชรา

มองคนเช่นฟ้า ปรากฎการณ์บนความว่างเปล่า

  ไม่มีคนเลวร้าย มีแต่ความมัวหมอง ไม่มีคนดีเลิศเลอ มีแต่ความผุดผ่อง . ประเดี๋ยวมืดมน ประเดี๋ยวสว่าง ฟ้าเช่นคน ผืนผ้าใบความว่าง . เขา…ไม่ใช่ตัวตนแท้จริง แค่เพียงภาพของจิต เธอวาดจากความจำ เติมสีไปตามใจ . อยู่ที่พู่กันปรุงแต่ง เท่าที่ความกว้างผ้าใบ จะอนุญาตเขาแสดง ความเป็นไป . เธออยู่ในมุมที่มีแสงพอไหม สำหรับการมองเขา ไยภาพจึงมืดมน ใจตนก็ขุ่นข้อง . แค่สีที่ละเลงเป็นลวดลาย สมมติเองว่าเป็นใคร จับแสง เสียง สัมผัส รับรู้ ป้ายเป็นชื่อถือครอง . เขา…เป็นแค่ภาพในเธอ มิใช่คนดี หรือเลวทราม แค่สีสันไม่เที่ยงแท้ และไม่พ้นความเป็นทุกข์ . มองคนเช่นฟ้า ปรากฎการณ์บนความว่างเปล่า เมฆรูปร่างต่างๆ นานา รู้ทันหากจินตนาการไป . อย่าให้ใจช้ำเพราะชื่นชม หรือตรมเพราะติเตียน ความว่างเปล่าที่เราตั้งชื่อ หลงนึกว่าคือตัวตน . เนตัง มะมะ เนโส หมัสมิ… Continue reading มองคนเช่นฟ้า ปรากฎการณ์บนความว่างเปล่า

จะหวังก็จงหวังอย่างอาจหาญ

  อย่ากลัวความผิดหวังเลย เธอจะต้องผิดหวังอย่างแน่นอน หนีความไม่ได้ดั่งใจ มิได้หรอก โลกไม่ได้หมุนรอบตัวเธอนะ . ผิดหวังคือแตกต่างจากความคิด ผิดแผกจากที่โลภ โกรธ หลง มันไม่เป็นไปตามคาด แค่เป็นไปตามวิถีโลก . อะไรมีเหตุจะต้องเกิด ถ้ามันดี ปล่อยให้ปรากฎ ถ้ามันเลวร้าย ใคร่ครวญก่อน เหตุอันใดส่งผลกัน . ดีงามก็ตามปัจจัย ลูกโซ่ของกรรมอเนกอนันต์ หาใช่เพียงเพราะจากจิต คิดนึกอะไร ใช่อย่างนั้น . เลวทรามก็ตามปัจจัย ผลกระทบสลักเสลาลิขิต แม้ความหวังก็เหตุนำไป เธอไม่ได้เป็นเจ้าของ . จะหวังก็จงหวังอย่างอาจหาญ วาดความนึกฝันบนความจริง ยอมรับใช่ปล่อยใจหดหู่ ตั้งมั่นบนอนัตตา อนิจจัง . ความผิดหวังมิใช่ส่วนเกิน ชีวิตกว้างใหญ่กว่าใจคาด โลภ โกรธ หลง จนเพลิดเพลิน เธอก็เผลอบีบชีวิตเล็กแคบ . สมหวังมิใช่ส่วนต่าง แค่ผิดหวังช้ากว่า เป็นหนึ่งเดียวกันในความว่าง ผิดหวังคือสำเร็จที่มาช้า . เนตัง มะมะ เนโส หมัสมิ… Continue reading จะหวังก็จงหวังอย่างอาจหาญ

มิมีสิ่งใดให้โทษนอกจากกรรม

  กรรมเป็นนาย ผู้บริบาลและเบียดเบียน กำหนดความเป็นและความตาย ความสุขสบายและโรคระบาด อยู่ในกำมือของกรรม มิใช่ตัวตน . เรามีกรรมร่วมจึงอยู่ร่วมสมัย ทั้งมวลมิตรและเหล่าอริร้าย เพราะกรรมร่วมจึงอยู่ร่วมภัย หาใช่เพียงเพราะใคร . มิมีสิ่งใดให้โทษนอกจากกรรม ห่วงโซ่ของการกระทำและเหตุผล เป็นไปตามความจริงเรียกว่าธรรม เพียงสัตว์โลกผู้เวียนว่ายกับทุกข์ทน . เราทั้งหลายผู้มีกรรมนำมา จะเลือกกระทำกรรมใดสืบไป ชีวิตเป็นของน้อยนัก แต่ช่างหนักหนา กว่าจะปล่อยจากอัตตาได้ . โกรธแค้นก็รวดร้าว เศร้าไปก็เสื่อมสูญ โลภก็ว่างเปล่า กลัวก็เท่านั้น เป็นแค่กรรม เกิดแต่กรรม . ทะเลแห่งทุกข์ช่างแสนกว้าง ยอมจมดิ่งลึกใช่หนทาง เพียรว่ายไปถึงฝั่งอันไกลห่าง ยังมีโอกาสพบเรือแห่งความว่าง . อย่าจมตัวเองและดึงผู้อื่นเลย กรรมนำเรามาถึงจุดนี้แล้ว มิมีฉันหรือเธอผู้ทำร้าย เป็นแค่กรรมร่วม เกิดแต่กรรมร่วม . . อนุรักษ์ ครูโอเล่ คอลัมน์ “บทภาวนา อนัตตา” ตอนที่ ๓๔ ๒๘ กรกฎาคม ๒๕๖๔ . .… Continue reading มิมีสิ่งใดให้โทษนอกจากกรรม

แค่รู้สึกว่ามีอยู่ มิได้แปลว่ามีอยู่

  อะไรที่ไม่ใช่ของเรา ย่อมไม่เป็นของเรา อะไรที่ไม่ใช่ตัวเรา ย่อมไม่เจ็บ ไม่ปวด ไม่เข้าใจ เหมือนตัวเราเป็น . อะไรที่ไม่ใช่ตัวตน คว้าไปก็ว่างเปล่า แค่รู้สึกว่ามีอยู่ มิได้แปลว่ามีอยู่ . เธอเข้าใจไหม ? แม้แต่กายและใจ ที่เรียกว่าตนเอง เธอยังมิอาจครอบครอง . นับประสาอะไรเล่า กับสิ่งนอกตัว ซึ่งไม่เป็นของเรา และไม่เป็นตัวเรา ตั้งแต่ต้น . เขาเป็นร่างกายของเธอก็หาไม่ เขาเป็นใจของเธอก็มิใช่ สิ่งทั้งหลายที่ผูกไว้ แค่ความรู้สึกนึกไป . จะคาดหวังอะไรมายา จะวาดฝันอะไรกับอนัตตา เราต่างก็เป็นมายาของความคิด และอนัตตาของจักรวาล . เธอร้องไห้ให้กับความว่างเปล่า ขณะที่เธอก็ว่างเปล่า แต่หากเข้าใจถึงเรื่องนี้ ชีวิตที่เหลือก็ไม่ว่างเปล่า . เนตัง มะมะ เนโส หมัสมิ นเมโส อัตตาติ นั่นไม่ใช่ของเรา นั่นไม่เป็นตัวเรา นั่นไม่ใช่ตัวตน . . อนุรักษ์ ครูโอเล่ คอลัมน์… Continue reading แค่รู้สึกว่ามีอยู่ มิได้แปลว่ามีอยู่