ข้อคิดการริเริ่มจากผีเสื้อ

 

 

5 ข้อคิดการริเริ่มจาก “ผีเสื้อ” (ตอนที่สอง)

 

 

เราทุกคนต่างเป็นมากกว่าที่เราคิด เป็นมากกว่าที่เราเชื่อ แต่โชคร้ายที่หลายครั้งเราจำกัดตัวเองไว้ในกรอบความคิดและความคุ้นเคยชิน จนบดบังอำพรางสิ่งที่เราเป็นแท้จริงอยู่ข้างใน บ่อยครั้งที่เราตัดสินตัวเองเหมือนตัดสินหนอนแก้วตัวหนึ่งว่ามันไม่อาจมีชีวิตที่บินได้

.

ชีวิตของผีเสื้อ เป็นตัวอย่างของการรู้จักตน และมอบบทเรียนการเริ่มต้นให้แก่ชีวิตมนุษย์ บทความหัวข้อนี้ริเริ่มชวนเราผู้อ่าน ย้อนมองรอยทางของเขา จากชีวิตหนอนผู้คืบคลาน สู่ผีเสื้อที่ขยับปีกอันแสนสวย ไม่ได้พยายามเป็นอย่างใครอื่น แต่พยายามเป็นอย่างที่ตนเองเป็นจริง เผยคุณค่าและความงามจากข้างในสู่ภายนอก

.

ขณะที่เราใช้ชีวิต เพียงเพื่อพยายามจะเป็นคนอื่น เราอาจไม่มีวันได้พบความสุขแท้ได้เลยในปัจจุบัน หากเรารู้สึกว่าตนเองกำลังใช้ชีวิตและทำงานไปอย่างเหนื่อยล้าและเบื่อหน่าย เราอาจต้องกลับมาตั้งคำถามที่สำคัญแก่ตนเองได้แล้วว่า อะไรคือสิ่งที่เราควรจะริเริ่มเพื่อชีวิตอย่างที่ควรเป็นอย่างแท้จริง

.

นอกเหนือจาก 5 ข้อคิดการริเริ่มดังบทความทั้งสองตอนนี้ ผู้อ่านคนใดเห็นข้อคิดอื่นๆ หรือต้องการแลกเปลี่ยนเพิ่มเติมก็สามารถร่วมแชร์และบอกเล่าผ่านช่องทางที่เหมาะสม

.

.

ข้อที่ 3 กล้าทิ้งจึงเกิดใหม่ : หลังจากผ่านช่วงฟูมฟักในดักแด้ หยุดนิ่งอยู่กับตนจนเวลาแห่งการเปลี่ยนแปลงมาถึง หัวของเขาค่อยๆ ดันคราบดักแด้ ทะลุเปลือกขึ้นจากด้านบน ปีกที่พัดเป็นจีบดันออกเบื้องหลัง ค่อยๆ คลี่คลายปีกงามออกช้าๆ ด้วยความช่วยเหลือจากแรงดึงดูดของโลกและการผลักดันของของเหลวในร่างกาย แล้วผีเสื้อก็ปรากฏจากหนอนแก้ว

.

การเริ่มต้นใหม่ ย่อมต้องอาศัยการทิ้งสิ่งเดิมเพื่อก้าวสู่วันหน้า ผีเสื้อไม่อาจกินและคืบคลานเฉกเช่นตอนเป็นหนอนได้อีก คนเราจะเปลี่ยนแปลงตนเองหรือจะก้าวสู่ชีวิตใหม่ ต้องทิ้งวิธีการใช้ชีวิตแบบเดิมที่ผ่านมา

.

การใช้ชีวิตแบบหนึ่งๆ ย่อมมีความหมายในตัวมันเอง แต่เมื่อถึงจุดหนึ่งมันอาจไม่ใช่คำตอบอีกต่อไป และบ้างกลายเป็นกรงขัง โดยเฉพาะเมื่อเรายึดติดไว้ด้วยความกลัวหรือมองตนในมุมแคบ การใช้ชีวิตแบบคืบคลานและกินสิ่งต่างๆ ของหนอน ทำให้เขาตัวอ้วนขึ้นและมีปัจจัยมากพอที่จะเติบใหญ่เป็นสิ่งที่เป็นอย่างแท้จริง เหมือนกับชีวิตเราที่ผ่านมา แต่เมื่อถึงจุดที่เราต้องก้าวข้ามไป สู่สิ่งที่เราควรทำ สิ่งที่เราควรเป็น และทางเลือกอันเกิดจากคุณค่าของชีวิต เราต้องกล้าที่จะทิ้งชีวิตแบบที่เคยผ่านมา อย่างที่ไม่อาจหวนคืน ดั่งผีเสื้อผู้สลัดคราบนักคืบคลาน เพื่อโบยบินอย่างที่ไม่อาจกลับมาเป็นเช่นเดิมได้อีก

.

บางครั้งเราอาจกลัวที่จะเปลี่ยนแปลง เพราะเราไม่รู้ว่าวันข้างหน้าจะเป็นอย่างไร กลัวว่าเมื่อกลายเป็นผีเสื้อแล้ว จะไม่คุ้นชินกับการบินและไม่อาจกลับมาคลานดั่งเก่าได้อีก ความกลัวนั้นอาจทำให้เราไม่กล้าที่จะหยุดนิ่ง สบตากับตัวเองอย่างที่เป็นจริง และดันทะลุเปลือกรังดักแด้ที่เราซ่อนตัว

.

การก้าวออกจากรังที่เราเคยแนบเนาอยู่อย่างปลอดภัยเป็นสิ่งจำเป็นต่อการเปลี่ยนแปลงของชีวิต รังในที่นี้หมายถึงทั้งพื้นที่ปลอดภัย ความเคยชินที่เรายึดติด ยังรวมถึงอิทธิพลจากคนอื่นๆ ที่เคยมีความสำคัญกับเรา หนอนที่ไม่กล้าทิ้งการคืบคลานมิอาจสัมผัสความสุขของการโบยบิน ผีเสื้อที่ไม่กล้าทิ้งดักแด้ ปีกของเขาจะไม่มีวันได้เติบโต

.

เราไม่อาจแบกอดีตไว้กับเราได้ตลอดกาล ยิ่งในเมื่อเราแบกนั้นน้ำหนักของมันก็กดใจจนหนักอึ้ง ถ่วงรั้งไว้อยู่กับที่ ทั้งที่เราสามารถจะเริ่มต้นใหม่ บินขึ้นจากตรงนั้นได้ อดีตที่ไม่ยอมทิ้งไป มีแต่ทำให้เราอยู่อย่างแปลกหน้ากับความต้องการที่แท้จริงของตนเอง

.

ยามผีเสื้อจะต้องเป็นผีเสื้อ เขาไม่อาจแบกดักแด้ไว้กับตัวได้อีกแล้ว หากมิเช่นนั้นปีกของเขาจะไม่สามารถกางออกได้ แล้วคุณค่าแห่งการเกิดเป็นผีเสื้อก็ช่างน่าเสียดาย

.

การเปลี่ยนแปลงอาศัยความกล้าหาญที่ซ่อนตัวอยู่ลึกๆ ในตัวเราทุกคน ยามผีเสื้อกำลังจะดันปีกออกจากรังในตอนแรก ปีกของเขาอ่อนแอมาก มันแทบขยับให้บินไม่ได้เลย แต่เมื่ออาศัยความพยายามอย่างหนักดันปีกตนออก และเคี่ยวกรำภายในบีบของเหลวหล่อเลี้ยงปีกคู่นั้น อาศัยจังหวะและแรงโน้มถ่วงของโลก ค่อยๆ คลี่คลายตนออกมาและแข็งแรงขึ้น เขาจึงสามารถบินได้สำเร็จ

.

การเริ่มก้าวข้าม เราย่อมรู้สึกเปราะบาง อ่อนแอ หรือลังเลมากมาย ปีกของเรายังบางนักและเพียงเริ่มกะเทาะเปลือกออกมาเท่านั้น เหลือเพียงเราส่งกำลังในตนหล่อเลี้ยงปีกที่มี อาศัยจังหวะที่เหมาะสม มุดตัวออกจากพื้นที่ปลอดภัย และกล้าที่จะเสี่ยงบิน เมื่อปีกเริ่มทำงาน ความมั่นใจและความเข้มแข็งย่อมเกิดขึ้นได้เอง

.

ตัวตนเก่าๆ คือสิ่งที่เราต้องผละจาก หากปรารถนาการเกิดใหม่ ผีเสื้อไม่อาลัยในความเป็นหนอน เราต้องกล้าที่จะปล่อยวางความเป็นตัวเรา อย่างที่เคยยึดว่าเป็นลงไปเสียบ้าง เพื่อเปิดโอกาสให้ตัวเราเป็นมากกว่าที่เคยเป็น ซึ่งมันอาจเป็นสิ่งที่ลึกๆ เรามีอยู่แล้ว แต่เราไม่เคยเหลียวมอง เหมือนที่หนอนแก้วไม่เคยเห็นปีกในตัวเองเลย จนกว่าเขาจะหยุดนิ่งลงทบทวน

.

เราอาจเชื่อบ้าง หรือไม่เชื่อบ้างว่าเราจะทำได้ เพราะเคยมีแนวความคิดที่นิยามว่าตัวเราเป็นคนอย่างไร สามารถทำอะไรได้และทำอะไรไม่ได้ สิ่งเหล่านั้นเป็นกรอบในการใช้ชีวิต แต่มันอาจไม่ใช่ความจริงเสมอไป เราไม่อาจตัดสินชีวิตของหนอนแก้วตัวหนึ่ง เพียงเพราะเราเห็นแต่มันคืบคลาน เช่นเดียวกันเราไม่อาจตัดสินชีวิตตัวเองโดยดูจากอดีตและสิ่งที่เราเชื่อ

.

หากเรายึดติดในตัวตนที่เคยเป็นมา เราย่อมพบทางตันในการเริ่มต้นสิ่งใหม่ ทั้งที่เราสามารถทำได้เพียงแค่ยืดหยุ่นและยอมวางการยึดติดลง ทดลองทางออกและการเป็นตัวเองใหม่ๆ เราเป็นมากกว่าที่เราเชื่อเสมอ และไม่มีใครเกิดมาพร้อมกับบัญญัติที่บอกว่าตัวเราจะต้องเป็นเช่นใดตลอดไป

.

หากผีเสื้อไม่สละคราบไคลของหนอน โลกนี้ก็ร้างไร้ดอกไม้ หากเราไม่สละคราบตัวตนที่ยึดติดมา โลกนี้ก็ไม่มีโอกาสได้เห็นคุณค่าแท้ที่เรามีอยู่

.

ชีวิตคนหลายคนวกวนเวียนอยู่รอบๆ ทางที่ตนเองควรก้าวมาตลอด เพราะเอาแต่ลังเลสงสัยและยึดติดพื้นที่ปลอดภัย แล้วบ้างปล่อยให้ตัวเองจมอยู่กับอิทธิพลจากคนอื่นจนลืมสิ่งที่ตัวเองเป็นจริง หลายคนกว่าจะเริ่มต้นสิ่งใหม่ๆ ได้ช่างเชื่องช้านัก เพราะแบกอดีตและนิยามต่างๆ ไว้จนหนักอึ้ง

.

เสียงเพรียกในตัวเราและธรรมชาติจะคอยบอกอยู่เสมอ นี่ถึงเวลาแล้วหรือไม่ที่จะต้องเข้าสู่ดักแด้เพื่อพิจารณาและหยุดชีวิตที่ผ่านมา นี่ถึงเวลาแล้วหรือยังที่จะดันตัวเองออกมาจากรังเก่า ยื่นปีกลงเตรียมผายออก อย่าปฏิเสธเสียงลึกๆ ที่บอกตัวเราว่าควรเริ่มต้นสิ่งใดในตอนนี้ เพราะเมื่อจังหวะที่ผีเสื้อตัวหนึ่งจะยื่นปีกออกจากดักแด้ หากมีสิ่งใดเป็นอุปสรรคขัดขวางมิให้ดันออกมา เขาจะบินไม่ได้ตลอดชีวิต

.

หากเราปิดกั้นตัวเองไว้เสียแล้ว หนทางที่ควรก้าวเดินไปและสามารถก้าวเดินไปได้ก็จะถูกปิดลง รอวาระใหม่วันหน้า หรือนานแสนนานกว่านั้น

.

การย้ำคิดมักทำให้ความกลัวดูน่ากลัวเกินจริงเสมอ การทิ้งตัวเราอย่างที่เคยยึดติดและการเปลี่ยนแปลงการใช้ชีวิตที่ผ่านมา มิได้น่ากลัวและยากลำบากอย่างที่ใจหวาดระแวง กำลังใจ กำลังกาย และกำลังปัญญาจะเป็นพลังขับเคลื่อนให้เรากางปีกออกได้สำเร็จ

.

แต่เราต้องเต็มใจที่จะก้าวไปสู่ทางที่ไม่อาจหวนคืน กล้าที่จะตัดใจจากอดีต และไปสู่อนาคต ถามหัวใจตัวเองถึงความต้องการที่แท้จริง กล้าที่จะเผยคุณค่าที่แท้ออกมา ไม่ว่าจะต้องใช้เวลาหรือมีเวลาสักเพียงใด

.

.

ข้อที่ 4 เวลาไม่ใช่อุปสรรค : ชีวิตผีเสื้อยามโตเต็มวัยถือเป็นชีวิตที่ไม่ยืนยาวเมื่อเทียบกับสัตว์โตเต็มวัยหลายประเภทรวมทั้งมนุษย์ ส่วนใหญ่อยู่ในช่วงสิบวันถึงยี่สิบวัน และบางสายพันธ์ุเพียงสองถึงสามวันเท่านั้น แต่ในช่วงเวลาที่เล็กน้อยนี้ เขาได้เติมแต้มความงดงามแก่ผืนโลกมากมาย

.

การเริ่มต้นของเรานั้นไม่สำคัญว่าจะต้องใช้เวลายาวนานเพียงใด บางคนกว่าจะค้นพบตัวเองและสิ่งที่ฝัน ใช้วันเวลาเลยล่วงกว่าครึ่งชีวิต แต่นั่นก็ไม่เคยสายเกิน  แม้แต่ผีเสื้อเองยังต้องใช้เวลากว่าครึ่งค่อนชีวิตจึงเติบโตเป็นผีเสื้อได้สำเร็จ กว่าคนเราจะค้นพบศักยภาพที่แท้จริง ย่อมต้องเดินทางและอาศัยวาระอันเหมาะสม

.

ระหว่างความพยายามและการลงมือทำนับไม่ถ้วน แม้เป้าหมายยังอยู่ห่างไกล แต่ระหว่างนั้นคุณค่าของการริเริ่มได้เกิดขึ้นแล้ว เรามิได้มีเส้นชัยที่ปลายทางเท่านั้น แต่ความสำเร็จเกิดขึ้นอยู่เสมอในเวลาที่ลงมือทำ ความอดทนและความเข้มแข็งที่ทำให้ผีเสื้อ กะเทาะและดันตนกับปีกที่ยังอ่อนแรงออกมาจากดักแด้ได้สำเร็จ ย่อมบ่มเพาะระหว่างการเป็นหนอนผู้คืบคลานอย่างใจเย็น วันแล้ววันเล่า ก้าวทีละก้าวอันเชื่องช้า สู่วันหนึ่งที่ไม่ต้องคืบคลานอีกแล้ว

.

เมื่อเราก้าวออกมาจากพื้นที่ปลอดภัย คุณสมบัติต่างๆ ที่เรามีอยู่แต่ถูกละเลยไปเมื่อก่อน ย่อมถูกนำออกมาใช้ อีกทั้งยังฝึกปรือทักษะและเรียนรู้ชีวิตด้วยมุมมองที่กว้างขึ้น แม้ต้องใช้เวลานานที่จะบรรลุผลอย่างหวัง แต่การเริ่มต้นก็ได้มอบชีวิตใหม่ให้แก่เราแล้ว ด้วยตัวเราเอง

.

ดั่งการเริ่มต้นวาดรูป ซึ่งต้องใช้ระยะเวลาฝึกมือกว่าจะเที่ยงตรง แต่ระหว่างที่มือ ดวงตา และหัวใจกำลังเริ่มต้นก้าวโคลงเคลงบนผืนผ้า ดวงตาเราก็แหลมคมขึ้น มือมีสติ หัวใจละเอียดลง และมีจิตที่ใฝ่ความงามมากกว่าความเลวทราม เท่านี้ประโยชน์ของการเริ่มต้นก็เกิดแก่ชีวิตแล้ว เช่นเดียวกันกับการเริ่มลงมือทำทุกสิ่งที่เราปรารถนา คุณค่าอยู่ระหว่างทางมิใช่ความสำเร็จเสมอไป

.

แม้ว่าการก้าวย่างในเส้นทางใหม่ที่เริ่มต้น เราไม่สามารถประคองตนและสิ่งต่างๆ ได้นาน เราอาจล้มลง พบความล้มเหลว เราอาจทำไม่ได้ดังที่ใฝ่ พบเจออุปสรรคมากมาย หรือเวลาของชีวิตใหม่ช่างแสนสั้น นั่นก็มิใช่ความพ่ายแพ้

.

กว่าผีเสื้อจะกางปีกออกได้ เวลาตามอายุขัยตนก็เลยล่วงมากแล้ว ชีวิตที่เหลือของเขาอาจแสนสั้น แต่ก็ยังโบยบินอย่างเห็นคุณค่าในตน และในช่วงเวลานั้นเองที่เขาได้มอบความสวยงามให้แก่ดวงตาเรา แล้วมีส่วนช่วยก่อเกิดพันธุ์ไม้นานา ชีวิตที่แสนสั้น เวลาที่แสนน้อย ได้ประดับประดาดอกไม้หลากหลายสีสันบนผืนแผ่นดิน มิโอ้อวดตน อยู่ดั่งคนสวนที่อ่อนน้อม

.

ลมหายใจของเขา ได้ต่อลมหายใจของชีวิตที่มากกว่าตนเอง

.

การเริ่มต้นของเรา แม้นำเรามาพบจุดสิ้นสุดในระยะเวลาอันสั้น แต่สุดทางตันนั้น เราอาจเห็นประตูบานใหม่ที่รอเราเปิดอ้า ออกสู่อีกการเริ่มต้น ไยเราต้องกลัวที่จะพบกับทางตัน ไยเราจึงต้องท้อใจเมื่อเห็นกำแพงเบื้องหน้า

.

ไม่เคยมีช่วงชีวิตมนุษย์คนใดที่ไร้ทางเลือกอย่างสิ้นเชิง แม้อับจนทางเลือกภายนอก ก็ยังมีทางเลือกที่อยู่ข้างในตนเอง เวลามิเคยเป็นอุปสรรค แต่มุมมองที่เรามีอาจเปิดประตูบานใหม่ หรือปิดตายขังตัวเองก็ยังได้

.

หนอนแก้วตัวหนึ่งกว่าจะเป็นผีเสื้อ เราอาจไม่รู้ว่าเขาต้องคลานเชื่องช้าเช่นนั้นมาแล้ว นับเป็นระยะทางยาวไกลเท่าใด แม้ชีวิตต้องอยู่กับการคืบคลานเขาก็ไม่ลืมที่จะปีนกิ่งไม้เพื่อทอใยสานดักแด้ แล้วห้อยตัวลงมา อดทนอยู่อย่างนั้นจนกระทั่งตนเองเปลี่ยนแปลง

.

ระหว่างทางแห่งความพากเพียร ไม่ว่าเราเริ่มต้นสิ่งใด สิ่งเหล่านั้นย่อมเป็นแรงบันดาลใจแก่ผู้คนรอบตัว พวกเขาอาจได้รับคุณค่าดั่งของขวัญที่เรามอบให้ ผ่านการริเริ่มและก้าวข้ามขอบชีวิต แม้เรามองว่าทำเพื่อตนเองหรือครอบครัว เราก็เป็นผู้ส่งต่อบางเมล็ดพันธุ์ ให้แก่โลกโดยไม่รู้ตัว

.

เราเองที่เป็นมนุษย์ มีอายุขัยชีวิตยืนยาวกว่าผีเสื้อมากนัก เราเองได้ฝากความงดงามใดไว้บนโลกใบนี้ ให้ผลิบานต่อไปหลังชีวิตเราจบสิ้นบ้าง ในเวลาที่เรามีอยู่นี้ เรามีโอกาสตัดสินใจได้เสมอ

.

บทกวีหนึ่งกล่าวว่า “ ชีพนี้คือผีเสื้อ เพื่อรังสรรค์สิ่งเรืองราม

มาอยู่แม้ชั่วยาม ก็งามนักมีค่านัก* ”

.

.

ข้อที่ 5 ทำด้วยใจให้ โลกจะขานรับ : จิตที่คิดให้ มีความสุขกว่าจิตที่คิดจะรับ เมื่อเราเริ่มต้นด้วยความมุ่งหมายว่า สิ่งที่เราทำนั้นย่อมเป็นคุณค่าแก่โลกและสิ่งรอบตัว เมื่อนั้นเราจะพบว่า หนทางแม้เหนื่อยลำบากเราก็มีความสุขและกำลังใจ อีกทั้งโลกหรือสังคมยังคอยต้อนรับการเริ่มต้นนั้น ดั่งดอกไม้ปรีดายามผีเสื้อเดินทางมาถึง

.

ทุกการเริ่มต้นนั้นมีคุณค่าเสมอ ทั้งต่อตัวเราเองและต่อผู้อื่นหรือสิ่งรอบข้าง โดยเฉพาะเมื่อเราตั้งใจเริ่มด้วยหัวใจสร้างสรรค์ จากคุณค่าที่เรามีอยู่ข้างในออกสู่ข้างนอก โลกให้พื้นที่แก่ปีกของผีเสื้อ ซึ่งผลิเผยจากตัวเขาเองฉันใด โลกย่อมให้พื้นที่แก่สิ่งดีงามในตัวเรา เมื่อเรานำออกมาจากตนเองฉันนั้น

.

หากเราเริ่มต้นสิ่งต่างๆ ด้วยการคาดหวังถึงกำไร ความร่ำรวย ความสำเร็จส่วนตน ภาพลักษณ์ อำนาจ และสิ่งอื่นๆ ที่อยากจะได้รับ เราย่อมรู้สึกยากลำบากและตึงเครียดในการเริ่มต้นสิ่งนั้น อาจพลอยหมดกำลังจะทำจนสำเร็จ หรือเครียดขึงที่ต้องรักษาไว้หากทำได้

.

เพราะใจเรานั้นมุ่งทะยานไขว่คว้า เกรงกังวลกับผลลัพธ์ต่างๆ จนสิ่งเหล่านั้นปิดกั้นศักยภาพเราไว้ เหมือนสิ่งกีดขวางปีกมิให้กาง เราจะบินได้อย่างไร หากความมุ่งหวังในผลลัพธ์ถ่วงปีกเราไว้เสียแล้ว เราก็บินไม่ได้เช่นกัน

.

มิว่าผีเสื้อจะบินไปทางใด ดอกไม้ก็คอยต้อนรับเขาเสมอ แม้เขาต้องการน้ำหวานเลี้ยงชีพ แต่ด้วยใจผู้ให้เพื่อส่งต่อเมล็ดพันธ์ุแห่งความงาม การเริ่มต้นชีวิตใหม่ของหนอนแก้วก็รื่นรมย์  ผีเสื้อไม่เคยคิดหวังให้ตนเองเป็นที่รัก มีผลงาน หรือเก่งดีกว่าใครอื่น ปีกก็ย่อมมีพื้นที่เสมอที่จะกางออกอย่างไร้กังวล

.

เมื่อเราตั้งใจเริ่มต้นหรือเปลี่ยนแปลงตนเองอย่างไร มองให้เห็นคุณค่าแท้ที่ซ่อนอยู่ มั่นหมายที่จะใช้คุณค่านั้นอย่างเป็นผู้ให้ เมื่อนั้นมิว่าเราทำสิ่งใด ก้าวใหม่ของชีวิตย่อมมีความสุข เราย่อมเห็นตนเองกว้างมากขึ้นกว่าแต่ก่อน และคุณค่าในตัวเราก็เป็นดังแสงสว่างแก่ผู้คน

.

มิว่าเป็นการงาน หรือการทำสิ่งใด ให้หัวใจเรามองเห็นว่าสิ่งนั้นมอบคุณค่าใดแก่โลก แล้วหัวใจเรานั้นจะเปิดกว้างเสมอ ต่อผลลัพธ์ต่างๆ ที่เกิดขึ้น เราย่อมไม่เครียดกับก้าวเดินเหล่านั้น แม้พบเจอความท้าทายต่างๆ มากก็ตาม เพราะเมื่อเราทำสิ่งต่างๆ ด้วยใจเป็นผู้ให้สิ่งที่ดี ใจเราเองนั้นก็เปิดกว้างต้อนรับสิ่งที่ดีด้วยเช่นกัน แม้ในยามพบเจออุปสรรคก็ตาม เราย่อมเห็นเป็นโอกาสแห่งการเติบโตและประตูที่ซ่อนอยู่

.

เป็นผีเสื้อที่เกิดใหม่จากหนอนแก้ว ผู้รู้นำคุณค่าของชีวิตที่ซ่อนอยู่ กะเทาะจากเปลือกตัวตนเก่า โบยบินระริกระรื่น ส่งต่อมอบความงามผลิบานนานาพรรณ กำลังใจไม่สิ้นสุดจะอยู่กับเราเสมอ

.

.

อนุรักษ์ ครูโอเล่

#คอลัมน์ #ไกด์โลกจิต

รูปประกอบจากปกหนังสือ “hope for the flowers”

แปลไทยในชื่อ “ดอกไม้และความหวัง” โดยผู้เขียนบทความ

.

( ตอนแรก ) www.dhammaliterary.org/5ข้อคิดการริเริ่ม-1/

( ติดตามหลักสูตรอบรม ได้ที่ ) www.dhammaliterary.org

.

* บทกวี ประพันธ์โดย อ.เนาวรัตน์ พงษ์ไพบูลย์ บันทึกจากความทรงจำผู้เขียนบทความ