เป็นเพื่อน

 

หายใจเข้า  ลมหายใจคือมิตรผู้หล่อเลี้ยง
หายใจออก  ลมหายใจโบกมืออำลา  ย้อนกลับสู่ทางของกัน

เนื้อหาแรกของการอบรมการเขียนเยียวยาและการเขียนพัฒนาชีวิต ของสถาบันธรรมวรรณศิลป์  คือการดำรงอยู่กับบันทึกและการเขียนฉันมิตร

เมื่อเราดำรงอยู่ร่วมกันด้วยความรู้สึกเช่นนี้  เราย่อมก่อเกื้อความรู้สึกไว้วางใจ  สร้างพื้นที่ชีวิตด้วยตนเอง  แม้แรกพบยังมิผูกพัน  ใจยังไม่อาจต่อใจ  อาจรู้สึกยากและลำบากบางสิ่ง  มืออาจยังไม่พร้อมแทนใจ  บันทึกอาจยังไม่พร้อมเข้าใจ

ไม่เป็นไร  ค่อยๆ เข้าหาเช่นมิตรใหม่  เฉกเช่นเราหายใจเป็นครั้งแรก  ต้อนรับทุกสิ่งเข้ามา  และระบายทุกสิ่งออกไป  วางการตัดสินวิจารณ์ไว้ข้างกาย  ดำรงอยู่กับมิตรอย่างที่เขาเป็น

ให้ทุกการเขียนเป็นดั่งการหายใจครั้งแรก  ดูแลมิตรแท้เพื่อนเก่า  ประหนึ่งเราเพิ่งรู้จักกัน

หายใจเข้า  เราทำความรู้จักมิตรคนนี้  หากเราเก้อเขินต่อบันทึก  ยิ้มให้กับตัวเราที่เก้อเขิน และความสัมพันธ์ใหม่ที่กำลังผุดผลิ

หายใจออก  ในการสอนหรือการอบรม  ผมมักแนะนำให้ผู้เรียนลองทำความรู้จักการเขียนในมุมมองตนเอง  และมุมมองของเพื่อน  ลองเล่าให้เขาหรือเธอรับฟังเสมือนหนึ่งผู้ที่เราจะเล่าทุกสิ่งได้เสมอ  เขาผู้รับฟังเราอย่างลึกซึ้ง  เขาที่จะเป็นเพื่อนเราอย่างไร้เงื่อนไข

แน่นอน  เราอาจมีเงื่อนไขต่อเพื่อนคนนี้อยู่บ้าง  เพราะมีเด็กน้อยที่กลัวเกรงอยู่ในใจเรา  มีความระแวงต่อความแปลกหน้าต่อกัน  สิ่งเหล่านี้ก็มีคุณ  ทำให้เราระวังต่อกัน  เพื่อนเก่ายาวนานย่อมง่ายผิดใจหรือเกี่ยวงอนได้เพราะคำพูดเล็กน้อย  หรือการกระทำอันน้อยนิด

ขณะที่เราต้องการการยอมรับอย่างไพศาล  เสมือนลมหายใจที่ไร้ขอบเขต  ด้านหนึ่งในตัวเราก็จำกัดตัวเองไว้  ในเงื่อนไขนานาต่อความสัมพันธ์  เรามีสนามอากาศไม่รู้ขอบเขต  แต่เรากลับขีดเส้นให้ร่างกายหายใจได้นิดเดียว  หายใจเข้าดูสิ  เราอนุญาตให้เพื่อนคนนี้เข้าใกล้เรามากเพียงใด  เข้ามาสู่กายใจเราได้ลึกพอสงบพอหรือเปล่า

หายใจออก  เราก็ยังอาลัย

เมื่อเราจะเขียนเพื่อบ่มเพาะหรือเปลี่ยนชีวิตเราในทางที่ปรารถนา  เราต้องเริ่มต้นจากการผูกสัมพันธ์กับการเขียน  การรักษาการติดต่อกันและการทนุถนอมหัวใจมิตรช่วยสืบสายใยระหว่างกันได้ฉันใด  การเขียนหรือบันทึกสม่ำเสมอก็ช่วยสร้างความสัมพันธ์กับการเขียนได้ฉันนั้น  เมื่อรู้จักกันดีแล้ว  แม้เพียงเพิ่งพบประสบตา  เรื่องราวก็พรั่งพรู

สำหรับการเขียนเพื่อเยียวยาชีวิตแล้ว  ผมในฐานะครูย่อมเห็นว่าปฏิสัมพันธ์ระหว่างผู้เรียนแต่ละคนต่อสมุดบันทึกหรือการเขียนของเขาหรือเธอ  สะท้อนความสัมพันธ์ที่มีต่อตัวเอง  การกลับมาหาคุณบันทึกด้วยการเทคนิคสนทนาหรือบอกเล่าความรู้สึกต่อการเขียน  ย่อมบอกใบ้เงื่อนงำสายใยในหัวใจและพื้นที่ชีวิต  ทั้งแง่สิ่งที่เป็นและที่โหยหา

เราลองให้โอกาสนี้  ทักทายลมหายใจฉันเพื่อนแรกพบ  ถนอมและใส่ใจ  วันเวลาที่ล่วงเลยเราทอดทิ้งไม่ไยดีเขาเพียงใด  เราเองกำลังทอดทิ้งตัวเองมากเพียงนั้น  สายใยในตัวเราคนเมืองเปราะบางและขาดสลายลงมากทุกที  ในสังคมที่แล้งร้ายลงทุกปี

กลับมาหาการเขียนและบันทึกใหม่  เสมือนเพื่อนต่างภพ  มิตรคู่ใจ  ผู้ซึ่งไร้เงื่อนไขใดใดต่อเรา  แม้เราจะมีความกลัวอยู่บ้างก็ตาม  ขอให้เราและเขาหรือเธอช่วยเหลือกัน ดูแลสายใยในตัวเราและความกลัวที่มีอยู่นี้

หายใจเข้า  เราจะกลับมาหาตัวเองเช่นมิตร  หายใจออก  เราเข้าใจความกลัวที่เรามีต่อความสัมพันธ์ต่างๆ

แบบชวนบันทึกสำหรับผู้มุ่งหวังเขียนเพื่อดูแลตนเอง

ลองเขียนบันทึกคุยกับคุณสมุดบันทึกหรือการเขียน  ตั้งชื่อให้เขาหรือเธอเสียหน่อย  ลองทักทายเขาเช่นเราเพิ่งรู้จักกันเป็นครั้งแรก  เราเห็นคุณการเขียนหรือบันทึกเป็นเช่นใด  มีสิ่งใดที่เราจะร้องขอและสัญญาต่อกัน

หายใจเข้า  ผ่อนคลาย  ลองส่งยิ้มให้คุณการเขียนหรือบันทึก  ยิ้มน้อยๆ นี้กำลังสะท้อนกลับมาหาเรา

หายใจออก  ขยับบันทึกมาอีกหน้าหรือบรรทัดใหม่  ให้คุณการเขียนหรือบันทึกตอบกลับเราบ้าง  วางใจเรา  วางสมองเรา  ให้การเขียนนำทาง  ความกลัวหรือความยากอาจบังเกิด  ยิ้มทักทายเขาเช่นกัน  เรากำลังเริ่มสื่อสารกับบันทึกและการเขียน  รวมทั้งตัวเราเองในวิถีทางใหม่

 

11406934_904118219653546_7627037274208250880_n

 

ภาพประกอบจากการอบรมหลักสูตร เขียนเปลี่ยนชีวิต

คอลัมน์ ลมหายใจจับปากกา #4