Phone:

Email: youngawakening@gmail.com

การอบรม “เด็กน้อยภายใน”

Recovery Of Your Inner Child

เพื่อการบ่มเพาะความรักและการเยียวยาตนเอง ในหลักสูตร เขียนเปลี่ยนชีวิต รุ่นที่ ๔๐

 

เริ่มการอบรม ๑๔ มีนาคม ถึง ๑๑ เมษายน ๒๕๖๓ (ทางไกล ๔ สัปดาห์)

โดยเรียนผ่านสื่อวิดีโอ แบบฝึกหัดด้วยการเขียนบันทึก และการสะท้อนแลกเปลี่ยนกับครูทางไกล มีบทเรียนมากกว่า ๓๐ หัวข้อเนื้อหาหลัก ในแบบฝึกหัดกิจกรรมระดับสี่ระดับ และมีโปรแกรม น้องบันทึก Ai แนะนำหัวข้อกิจกรรมที่ควรทำโดยวิเคราะห์จากคำตอบ

รายได้ส่วนหนึ่งสนับสนุนกิจกรรมการกุศลของสถาบันฯ อาทิ โครงการ ปัญญ์ สเปซ แหล่งเรียนรู้ออนไลน์ฟรีเพื่อทุกคน

 

ปิดรับสมัคร

รายชื่อผู้เข้าเรียน

เด็กน้อยภายใน (Inner Child)

 

คือ การเยียวยาและการเปลี่ยนแปลงอิทธิพลเชิงลบที่มีต่อความคิดความเชื่อในการใช้ชีวิต “จากเหตุการณ์และความรู้สึกในวัยเด็ก”  โดยให้ไถ่ถอนความรู้สึกที่ค้างคาด้วยการรับฟังอย่างลึกซึ้ง และเปลี่ยนแปลงกรอบทัศนะใหม่ให้สอดคล้องกับความเป็นจริงและเห็นคุณค่าในตนเอง  เด็กน้อยภายใน ยังเป็นการฝึกจัดการภาวะอารมณ์ความรู้สึกลบ เช่น ความโกรธ ความขี้น้อยใจ ความขี้อิจฉา เป็นต้น ซึ่งสืบเนื่องมาจากการไม่ได้รับการดูแลเอาใจใส่ด้านที่เปราะบางภายในตัวเรา

เด็กน้อยภายใน คือ การ “น้อมนำคุณสมบัติของการเป็นเด็ก ขึ้นมาใช้” ในวันวัยผู้ใหญ่ เพื่อเติมเต็มโลกทัศน์ พลัง และท่าทีชีวิต ชนิดที่วันวัยผู้ใหญ่อาจหลงลืมไปกับกรอบความรู้และกิจวัตรการงานต่างๆ คุณสมบัติของเด็กน้อยภายใน เป็นเหมือนเมล็ดพันธุ์ที่มีติดตัวทุกคนมาตั้งแต่เกิด แต่เมื่อไม่ได้น้อมนำมาใช้อย่างพอดีและอย่างบ่มเพาะให้เติบโตแล้ว ชีวิตวันวัยผู้ใหญ่ก็เหมือนชีวิตที่แข็งทื่อหรือขาดความพอดี ลึกๆ แล้วเรายังมีความต้องการนำสิ่งที่ดีในวัยเด็กออกมาใช้ แต่หากไม่รู้ทัน ไม่รู้ใช้แล้ว ผลสะท้อนออกมาอาจเป็นการกระทำที่ขาดการยั้งคิด ความเครียดสะสม การเสพติด การฉลองสังสรรค์เกินพอดี ความลุ่มหลงเมามายในชีวิต เป็นต้น

เด็กน้อยภายใน ยังเป็นการแปรเปลี่ยนท่าทีที่เรามีต่อตัวเราเองในด้านต่างๆ ซึ่งได้รับอิทธิพลจากความสัมพันธ์ของผู้ปกครองในวัยเด็ก หรือเรียกประเด็นนี้ว่า เป็น “ครอบครัวภายใน” หมายถึงความเป็นพ่อเป็นแม่เป็นผู้ปกครอง และ ความสัมพันธ์ของพวกเขาต่อเราและต่อพวกเขาเอง ล้วนมีอิทธิพลสืบเนื่องมาถึงจิตใจเราและท่าทีความสัมพันธ์ในชีวิตปัจจุบัน เราต้องย้อนมองมายังครอบครัวภายในนี้ เพราะหลายครั้งเรามีท่าทีที่ไม่เกื้อกูลตนเองและผู้อื่น เราอาจรู้สึกขัดแย้งสับสน บีบคั้นหรือปล่อยปละละเลย มีความดีงามของผู้เลี้ยงดูเราที่ส่งทอดมาถึงเราให้น้อมนำออกมาใช้ และมีด้านลบหรือข้อจำกัดที่เราได้รับอิทธิพลมาเช่นกัน เรียนรู้เพื่อปลดปล่อยตนจากข้อจำกัดที่เราแบกรับไว้อยู่ภายในจิตไร้สำนึกเสมอมาจากวัยเยาว์ เมื่อนั้นเราก็จะ “ใช้ชีวิตในปัจจุบันขณะได้อย่างเต็มเปี่ยม” และเป็นอิสระ

* การอบรมนี้สำหรับ ผู้ใหญ่ เท่านั้น หรือผู้มีอายุ ๒๑ ปีขึ้นไป

 

 

เป้าหมายในการอบรม

 

๑. ผู้เข้าเรียนมีความสุขและความพึงพอใจในตนเองมากขึ้น จากการยอมรับและโอบอุ้มสิ่งที่ตนเองเป็น ด้วยความรักและเมตตาต่อตนเอง และปรับเปลี่ยนท่าทีในการดูแลตนและใช้ชีวิตอย่างสมดุลขึ้น

๒. ผู้เข้าเรียนสามารถสร้างแรงบันดาลใจ ความคิดเชิงบวก และเติมเต็มความสุขให้แก่ตนเองได้ ผ่านการเขียนบันทึก

๓. ผู้เข้าเรียนนำพลังสร้างสรรค์อย่างที่มีในวัยเด็กออกมาใช้ และรู้จักศักยภาพหรือตัวตนที่ถูกทอดทิ้งไป

๔. ผู้เข้าเรียนมีความตระหนักในอิทธิพลจากวัยเด็กต่อความสัมพันธ์ในปัจจุบัน รู้เท่าทันตนเองและเกื้อกูลในความสัมพันธ์

๕. ผู้เข้าเรียนมีความรู้และความเข้าใจเกี่ยวกับความรู้ “เด็กน้อยภายใน” แง่มุมต่างๆ เพื่อนำมาใช้ในชีวิตวัยผู้ใหญ่และการช่วยเหลือผู้อื่นต่อไป

รูปแบบการเรียนกึ่งออนไลน์

 

การเรียนผ่านทางไกล ผ่านสื่อเว็บไซต์ วิดีทัศน์ กิจกรรมบันทึก และการให้คำปรึกษาจากครูทางอีเมล์  เน้นการเรียนรู้ผ่านการลงมือทำจริง ในชีวิตจริงนอกห้องเรียน โดยมีหัวข้อกิจกรรมแบบฝึกหัดและบทเรียนมากกว่า ๓๐ หัวข้อ  มีเวลาเรียน ๔ สัปดาห์ตามที่กำหนด ผู้เรียนสามารถลงมือทำผ่านกิจกรรมบันทึก ตามขั้นตอนแต่ละแบบฝึกหัด มากกี่ครั้งก็ได้  โดยจะต้องลงมือทำและส่งหลังบันทึกอย่างน้อย ๗ ครั้งจึงผ่านการอบรมภายในระยะเวลาที่กำหนด และมีเครื่องมือพิเศษ อาทิ โปรแกรม น้องบันทึก Ai แนะนำหัวข้อกิจกรรมที่ควรทำโดยวิเคราะห์จากคำตอบ

การเรียนรู้ลักษณะนี้ทำให้ผู้เรียนลงลึกและฝึกฝนตนเองมากและลึกกว่าในห้องเรียน ซึ่งมีเวลาจำกัด โดยการอบรม กึ่งออนไลน์ เป็นรูปแบบเฉพาะของ ครูโอเล่ และทีมงาน สถาบันธรรมวรรณศิลป์ เท่านั้น 

การอบรมกึ่งออนไลน์ ดีอย่างไร

 

  • ผู้เรียนกำหนดเนื้อหาด้วยตนเอง ผ่านการเลือกหัวข้อและการคุยแลกเปลี่ยนกับครู ซึ่งดูแลรายบุคคลมากกว่าในห้อง
  • มีระยะเวลาในการเรียนมากกว่า ถึง ๔ สัปดาห์ ซึ่งผู้เรียนสามารถเลือกได้ว่าในช่วงเวลาที่กำหนดจะลงมือทำมากน้อยเท่าไร เพียง ๗ หัวข้อขึ้นไปจึงผ่านการอบรม
  • มีหัวข้อเนื้อหามากกว่า ๓๐ หัวข้อ โดยแบ่งออกเป็น ๓ ระดับ
  • เป็นส่วนตัว แลกเปลี่ยนกับกลุ่มเฉพาะเนื้อหาสำคัญ มีเวลาในการบันทึกไม่ต้องรีบเร่งทำเสร็จพร้อมกัน
  • ผสมผสานข้อดีของการเรียนในห้องและการเรียนแบบออนไลน์ ลงลึกได้มากกว่าการเรียนออนไลน์ผ่านวิดีโอธรรมดา และมากกว่าในห้องที่มีเวลาจำกัด
  • ผู้เรียนเกิดการเปลี่ยนแปลงจริง ผ่านการลงมือทำจริง ในชีวิตจริง ไม่ใช่ความรู้สึกดีขึ้นชั่วครั้งชั่วคราว
  • มีบทเรียนและการสะท้อนตนเองจากผู้เรียนแบบกึ่งออนไลน์ที่ผ่านมาเป็นจำนวนมาก ซึ่งการอบรมรูปแบบนี้เป็นเอกลักษณ์เฉพาะสถาบันฯ
  • มีค่าใช้จ่ายถูกกว่าเมื่อเทียบเวลาเรียนกับการอบรมในห้องและการให้คำปรึกษาในแนวทางเดียวกันต่อชั่วโมง

หัวข้อเนื้อหาอบรม

 

การอบรมกึ่งออนไลน์จะเน้นลงมือปฏิบัติเฉพาะบุคคล โดยการอ่านใบความรู้ ชมวิดีทัศน์ และเขียนบันทึกตามแบบฝึกหัด ก่อนแลกเปลี่ยนสะท้อนกับครู มีกิจกรรมการเขียนให้ผู้เรียนได้ลงมือทำ มากกว่า ๓๐ หัวข้อ โดยแบ่งออกเป็น ๓ หมวดหมู่ ดังนี้

ติดปีกให้หัวใจ” : ปลดปล่อยพลังและความสร้างสรรค์จากเด็กน้อยภายใน

“เป็นหมอให้ตัวเอง” : ดูแลปมและความรู้สึกจากวัยเด็กด้วยตัวเอง

“บ้านในตัวฉัน” : ค้นพบตัวเองและให้ความรักผ่านพ่อแม่และครอบครัวที่อยู่ในตัวตน

เวลาในการอบรม

 

เริ่มการอบรม ๑๔ มีนาคม ถึง ๑๑ เมษายน ๒๕๖๓ (ทางไกล ๔ สัปดาห์) ทางอีเมล์และเว็บไซต์ที่กำหนด

ผ่านเว็บไซต์เข้าเรียน วิดีโอสื่อ และแบบฝึดหัดกิจกรรมบันทึกกว่า ๓๐ หัวข้อ ติดต่อแลกเปลี่ยนกับครูทางอีเมล์ และเว็บไซต์เข้าเรียน

อุปกรณ์ที่ต้องใช้ในการอบรม

 

  • สมุดบันทึก ขนาดไม่น้อยกว่า ๗ นิ้ว (วัดทะแยงมุม) ขึ้นไป โดยประมาณ
  • ปากกา และ สีเทียน (ใช้กล่องเล็ก ราคาย่อมเยาว์ได้)
  • อุปกรณ์เปิดอีเมล์ และ เว็บไซต์

 

 

ค่าใช้จ่าย

 

ค่าใช้จ่ายในการอบรม จำนวน ๑,๙๐๐ บาท (เฉลี่ยวันละไม่ถึง ๗๐ บาท) หลังจากกรอกใบสมัครแล้วให้โอนค่าใช้จ่ายตามรายละเอียดในใบสมัคร

ค่าลงทะเบียนในการอบรมรอบนี้ เมื่อหักค่าใช้จ่ายและค่าวิทยากรแล้ว นำไปใช้ในโครงการเพื่อการกุศล ดังนี้

๑ ) โครงการ ปัญญ์ สเปซ แหล่งเรียนรู้ออนไลน์ฟรีเพื่อทุกคน

๒ ) โครงการ ตู้หนังสือเพื่อเด็กยากไร้และชุมชน ประจำปี ๒๕๖๓

โดยสถาบันฯ ไม่รับเงินทุนสนับสนุนจากองค์กรใดแต่ใช้ทุนส่วนตัวของครูโอเล่และรายได้จากการอบรมทั้งสิ้น

อ่านรายละเอียด กิจกรรมโครงการเพื่อการกุศล ได้ที่ www.dhammaliterary.org/โครงการเพื่อการกุศล/

ตัวอย่างบทเรียนและการเปลี่ยนแปลงของผู้เรียน

 

“รู้สึกแปลกใจ ประหลาดใจ หรือเรียกได้ว่ามหัศจรรย์ในใจค่ะ ว่าการเขียนสามารถทำให้เราตอบปัญหา ตอบคำถามเรื่องราวต่างๆ ทั้งที่ผ่านมาแล้วและที่กำลังเกิดขึ้นอยู่ในปัจจุบันได้ แค่ทำตาม แค่เปิดใจ แค่เขียนไม่หยุดปากกา แค่นั้นจริงๆ ประทับใจครูโอเล่ค่ะ แม้เป็นแค่การอบรมออนไลน์ แต่ครูโอเล่เหมือนเข้ามาอยู่ด้วยตอนทำกิจกรรม และกรุณาให้คำแนะนำมาตลอด ขอบคุณค่ะ หลังอบรมทำให้รู้ว่าแหล่งพลังงานยิ่งใหญ่อยู่ในตัวเรานี้เองค่ะ ไม่ต้องไปหาที่ไหนไกลเลย

“การได้กลับมาหาเด็กน้อยภายในทำให้เราเห็นค่ะว่า เด็กน้อยคนนั้นเก่งแค่ไหน เด็กน้อยคนนั้นอดทนแค่ไหน เด็กน้อยคนนั้นสดใสแค่ไหน เด็กน้อยคนนั้นมีพลังมากมายแค่ไหน และเด็กน้อยคนนั้นยังอยู่ในตัวเรานี้เอง ไม่เคยไปไหน แค่รอเรากลับมาหา กลับมาพาเค้ามากับเราด้วย เด็กน้อยคนนั้นทำให้กลับมารัก กลับมาเห็นคุณค่าในตัวเอง กลับมากล้าที่จะปฏิเสธมากขึ้นเพราะไม่ต้องกลัวว่าใครจะไม่ยอมรับ กลับมายอมรับตัวเองแบบที่ตัวเองเป็น แบบที่เด็กน้อยคนนั้นเคยเป็นค่ะ …ตั้งใจกลับมาพูดคุย กลับมาสอบถาม กลับมาดูแลความรู้สึกนึกคิดของตัวเองอย่างที่เป็นตัวเองจริงๆ ไม่ใช่เพราะคนอื่นอยากให้เป็นแบบที่ผ่านมา เพราะรู้แล้วว่าที่ผ่านมาการเป็นคนอื่นเพื่อให้คนอื่นที่ไม่ใช่ตัวเองพอใจ มันอาจดี แต่มันก็ทรมานและส่งผลเสียในระยะยาวแบบที่เป็นมา เพราะท้ายที่สุดไม่ใช่แค่เขาไม่ยอมรับเรา แต่เราเองตางหากที่ไม่ยอมรับเราอย่างที่เราเป็นจริงๆ ตั้งแต่แรก ทำให้คนอื่นก็ไม่ยอมรับ และอยากให้เราเป็นอย่างที่ไม่ใช่เรา แม้จะดีในความรู้สึก แต่ลึกๆ ทำให้เราเกลียดตัวเองไปเรื่อยๆ ตางหาก จะให้ใครยอมรับ เราต้องยอมรับเราให้ได้ก่อน เราต้องเห็นเรามีคุณค่าในตัวเองให้ได้ก่อน และเมื่อนั้นคนอื่นๆ ก็จะเห็นในคุณค่าของเราอย่างแท้จริง ไม่ใช่ภาพลวงตา ”

คุณนภาพร (ปุ้ย) อาชีพ รับราชการ

 

“ผมไม่เคยอบรมในลักษณะแบบนี้ มาก่อนครับไม่ใช้แค่อ่าน หรือฟังการอบรมแบบทั่วไป แต่การเขียนมันทำให้เราสือสารกับตัวเราได้ดีมากครับ จริงแล้วผมเขียนบันทึกหลายหัวข้อแต่ไม่ได้ส่งครู มันทำให้ผมได้คุยกับตัวเองมากขึ้น อยู่กับตัวเอง ได้รู้จักตัวเองมากขึ้น โดยเฉพาะการถามตอบกับเด็กน้อยภายใน ต้องขอขอบคุณ คุณครูมากครับ

“การอบรมทำให้เราเข้าถึงตัวตน ที่แท้จริงภายในตัวเรามากขึ้น ทำให้รู้จักการแก้ปัญหาเวลาเราเกิดความรู้สึกต่างๆที่ไม่ดีเข้ามาโดยการถามตอบสื่อสารกับเด็กน้อยภายใน ถึงความรู้สึกขณะนั้นว่าเกิดอะไรขึ้น และควรจะทำอย่างไร หลายข้อคิดที่เราเขียนขึ้นมาแล้วมาอ่านทบทวนดู มันคือความต้องการของเรา มันคือความรู้สึกของเรา ที่เราปล่อยปละละเลยไม่เคยดูแล ความรู้สึกของตัวเอง คือเด็กน้อยภายในที่อยู่กับเรามาตลอด “

คุณทรงสวัสดิ์ (หลาย) อาชีพ ค้าขาย

 

“หัวข้อของครูเป็นอะไรที่มีคุณค่ากับชีวิต ถ้าครูบอกให้เขียนเฉย ๆ เหมือนมีโจทย์มาเฉย ๆ มันคงไม่มีอะไร แต่หนูคิดว่า คุณค่าของแต่ละหัวข้ออยู่ที่ครูมีวิดีโอที่อธิบายชัด พอเราลองทำตาม มันก็ได้ทบทวนตัวเองแล้ว มาช้อนรอบสองด้วยแบบฟอร์มการบันทึก มันเหมือนได้ทบทวน 2 รอบ แล้วครูสะท้อนกลับอีก การสะท้อนกลับของครูเป็นอะไรที่หนูไม่เคยเจอในชีวิต ไม่เคยมีใครสอน หนังสือเล่มไหนที่เคยอ่านก็ไม่สามารถกระแทกเข้าไปถึงใจได้ขนาดนี้… ชอบหัวข้อ 1.) เล่นเป็น (มันทำให้เราได้เห็นได้จินตนาการสิ่งที่เราอยากเป็น และได้ทบทวนตัวเองว่าเรามีอะไรอยู่เราถึงสามารถทำในอาชีพในบทบาทนั้น ๆ ได้ มันช่วยให้เรากลับมามองตัวเราละเอียดขึ้น จากชีวิตที่ผ่านไปในแต่ละวัน และยิ่งไปกว่านั้น ของหนูคือ มันทำให้เห็นว่า สิ่งที่ทำอยู่ในปัจจุบันมันกลับไม่ได้ปรากฎอยู่ในสิ่งที่เราได้ทบทวนตัวเอง ซึ่งคิดว่าถ้าได้ทำในสิ่งที่เราได้ทบทวนว่าเราเล่นเป็นอะไรบ้าง มันก็จะเป็นชีวิตที่ใช่มากกว่านี้) 2. ปรึกษาปัญหาที่สดใส (เป็นหัวข้อแรกที่รู้สึกว่าเราได้คุยกับเด็กน้อย ทึ่งในตัวเด็กน้อย รู้สึกดีที่ได้มีเค้าข้าง ๆ)

“ได้รู้ว่าตัวเองอยู่กับความคิด การตั้งกฎ การคิดอะไรของตัวเองไปเยอะแยะ วุ่นวายอยู่กับเรื่องและโลกภายนอก กิจกรรมทั้งหมดที่ทำทำให้เห็นว่า จริง ๆ เหมือนเราไม่รู้จักตัวเองเลย เนิ่นนานแล้วหรือจริง ๆ ไม่เคยก็ไม่รู้ ที่จะกลับมาสัมผัสกับความสามารถ ความต้องการ ความรู้สึกที่แท้จริงของตัวเอง อยากใช้บทเรียนจากหัวข้อเล่นเป็นและล้อมรั้วรักมาช่วยแก้ปมปัญหาที่เลือกไว้เรื่องเกี่ยวกับการขาดทักษะ การพาตัวเองให้ทำอะไรสำเร็จ มันทำให้เราได้เรียนรู้ที่จะกลับมาสำรวจความรู้สึกของเราจริง ๆ ว่าเรารู้สึกว่าเราทำอะไรได้ เราเป็นอะไร เพราะเวลาเขียนแล้วมันใช่ มันมีความสุข มันคือสิ่งที่เรามั่นใจว่าเราสามารถทำได้จริง ๆ”

คุณหงส์ (ป่า) อาชีพ ครู

 

“ความรู้สึกก่อนการอบรม ไม่แน่ใจว่าจะเขียนอะไรได้มากน่อยเท่าไร เพราะความทรงจำในอดีตดูจะลางๆๆ และรู้สึกว่าความจำและสร้างเสริมปสก จากการเติบโต จะครอบงำความทรงจำในอดีต
ความรู้สึกหลังการอบรม การที่เราระลึกถึงเหตุการณ์ในวัยเด็ก ช่วยให้เราผ่อนคลานและมองโลกใหม่ เพราะเราเกิดมาในวัยเด็ก ไม่มีอะไรที่จะกดดันเรา แต่พอโตเราจะหาเรื่องราวมาบีบคั้นตัวเอง เพียงเพื่อทำตามความเชื่อและค่านิยมบางอย่างในสังคม

“เข้าใจว่าด้วยความที่เราต้องการเป็นที่ยอมรับในวัยเด็ก ความที่เรากลัวจะไม่เก่งเท่าคนอื่น เป็นตัวบีบคั้น ให้เราพยายามที่จะทำทุกสิ่งให้สมบูรณ์ จนลามไปถึงคนอื่น จนก่้าวก่ายพฤติกรรมคนอื่นไปด้วย มันเป็นเพราะเราพยายามเอาความคิดในผู้ใหญ่ ทำมันจนกลายเป็นนิสัยที่เราสร้างมันเอง จนเราเองเริ่มรู้สึกไม่เป็นสุขกับระบบความความคิดนี้ มันเหนื่อยเกินไป มันเริ่มทำลายตัวเรา แต่ย้อนไปในวัยเด็ก เรามีความสุขแบบง่ายๆ ได้หลากลหายวิธี และตัวเราเองก็ยินดีที่จะรับความสุขแบบง่ายๆนั้น แล้ววันนี้ทำไมจะไม่ย้อนทำอะไรกับชีวิตให้มันง่ายลง เพื่อความสุขของเราเอง”

คุณภัณฑิรา (จัน) อาชีพ นักการตลาด

การเรียนจบหลักสูตร

 

บันทึกและส่งแลกเปลี่ยนตามแแบบฟอร์มจำนวน ๗ ครั้งขึ้นไป ภายในระยะเวลา ๔ สัปดาห์ และสรุปการอบรมทบทวนตนเอง โดยไม่มีสิ่งใดที่ครูแนะนำให้ปรับแก้ไข จึงถือว่าผ่านการอบรม โดยมีหัวข้อพื้นฐานกับเนื้อหาหลักให้บันทึกและทบทวนตนเอง จำนวน ๓๐ หัวข้อ และกิจกรรมเสริม

โดยผู้ผ่านการอบรมทุกคน จะได้รับใบประกาศ พร้อมด้วยดีวิดีรวมวิดีโอกิจกรรมบันทึก และรายละเอียดกิจกรรมเสริม ซึ่งไม่จัดจำหน่ายแต่มอบให้แก่ผู้ผ่านการอบรมนำไปฝึกฝนปฏิบัติตนเองต่อเท่านั้น แล้วสามารถเข้าร่วมเรียนในหัวข้อ “เด็กน้อยภายใน” รอบต่อไปเพื่อเรียนซ้ำหรือลงลึกกับครูได้โดยบริจาคตามความสะดวก

 

 

เงื่อนไขและข้อตกลง

 

ผู้สมัครมีความตั้งใจร่วมกิจกรรมการอบรมอย่างเต็มที่ โดยได้อ่านรายละเอียดและพร้อมมีส่วนร่วมในขั้นตอนต่างๆ หากมีพฤติกรรมหรือการกระทำที่ส่งผลเสียต่อผู้สอนหรือกลุ่มผู้เรียน ทางโครงการหรือผู้สอนจะพิจารณาให้ออกจากการอบรมโดยไม่มีการชดเชย

ค่าใช้จ่ายนั้นให้เป็นไปตามกำลังทรัพย์และความเหมาะสมเพื่อสนับสนุนโครงการและผู้เรียนท่านอื่น ๆ หากไม่สะดวกชำระเต็มจำนวนที่ระบุ หรือมีความจำเป็นต้องจ่ายทีหลังให้แจ้งทางโครงการพร้อมเหตุผลที่ชัดเจนเมื่อสมัคร โดยจะไม่มีการคืนเงินหรือยกเลิกไม่ว่ากรณีใด

 

วิทยากร

 

ครูโอเล่ อนุรักษ์ เม่นหรุ่ม C.Ht

ผู้อำนวยการสถาบันธรรมวรรณศิลป์ ผู้สอนหลักสูตร “เขียนเปลี่ยนชีวิต” ผ่านหลายหัวข้อชุดอบรม และ หลักสูตรอื่นๆ อาทิ “ห้องเรียน พลังแห่งจิต” “เด็กน้อยภายใน” “ห้องเรียน นักกล้าฝัน” แก่บุคคลหลากหลายอาชีพ ทั้งในการอบรมแบบเปิดและการอบรมในกลุ่มเฉพาะตามรับเชิญ

มีความถนัดด้านการให้คำปรึกษา การพัฒนากระบวนการคิด และการบำบัดเยียวยา

ผู้เขียนคอลัมน์ออนไลน์ “ไกด์โลกจิต” และผู้ร่วมศึกษาการเขียนเพื่อส่งเสริมสุขภาวะผู้ต้องขังที่ติดเชื้อ HIV

Advanced Hypnotherapy Training Course , Certified Hypnotherapist ( C.Ht )

Intermediate NLP Training Course

Past Life Regression Therapy Training Course

Acting Your Inner Music

Awakening Leadership and Training of Trainer (Process Work Course 3)

Voice Dialogue Foundation

สมัครเข้าเรียน

 

ปิดรับสมัคร

 

เมื่อกรอกรายละเอียดครบถ้วนแล้ว ให้โอนค่าใช้จ่ายเพื่อยืนยันการเข้าร่วม และส่งหลักฐานหรือแจ้งเวลา ธนาคาร และชื่อผู้สมัครมาทางอีเมล์

dhammaliterary@gmail.com โดยสามารถติดต่อได้ทางโทรศัพท์ 063 624 9887 (ครูมุก)

ติดต่อสอบถาม

dhammaliterary@gmail.com

เบอร์โทรศัพท์ 063 624 9887 (ผู้ประสานงาน)

facebook.com/khianpianchiwit

 

 

บทเรียนจากการอบรม “เด็กน้อยภายใน”

www.dhammaliterary.org/บทเรียน-เด็กน้อยภายใน/