การเขียนบำบัดร่วมกับกระบวนการจิตปัญญาศึกษา เพื่อส่งเสริมสุขภาวะผู้ต้องขังที่ติดเชื้อเอชไอวี

สถาบันธรรมวรรณศิลป์ ร่วมกับ กลุ่มเพื่อนรัก โรงพยาบาลบางบ่อ จังหวัดสมุทรปราการ ได้ศึกษาและรายงานผลการศึกษา

การเขียนบำบัดร่วมกับกระบวนการจิตปัญญาศึกษา เพื่อส่งเสริมสุขภาวะผู้ต้องขังที่ติดเชื้อเอชไอวี

ใน โครงการประชุมแลกเปลี่ยนเรียนรู้และพัฒนางานประจำสู่งานวิจัย (Routine to Research) จังหวัดสมุทรปราการ ประจำปีงบประมาณ ๒๕๕๘ ณ อิมพีเรียล สำโรง จังหวัดสมุทรปราการ

มองตนเองอย่างหม่นหมอง และ สภาพปัญหาที่พบ

  • ผู้ติดเชื้อรู้สึกด้อยคุณค่า และ น่ารังเกียจ
  • ผู้ติดเชื้อขาดแรงจูงใจรักษาตนเอง และไม่เรียนรู้พัฒนาตนเองจากปัญหา
  • ผู้ติดเชื้อรู้สึกขาดความมั่นใจในการอยู่ร่วมกับสังคม
    และมีปัญหาด้านความสัมพันธ์
  • ผู้ติดเชื้อขาดเจตจำนงเชิงบวกต่อการใช้ชีวิต
  • ผู้ติดเชื้อไม่สามารถดูแลความรู้สึกเชิงลบในจิตใจ
  • ผู้ติดเชื้อมีมุมมองเชิงลบต่อร่างกายตนเอง
  • ผู้ติดเชื้อรู้สึกขาดอิสระ ขาดแรงบันดาลใจ และความฝัน

กิจกรรมที่ดำเนินการ ระยะเวลา 6 เดือน มากราคม – มิถุนายน 2558

 

  • 1. รับสมัครผู้เข้าร่วมกิจกรรม ได้แก่ผู้ต้องขังหญิง (เรือนจำสมุทรปราการ แดน 4) ที่ติดเชื้อเอชไอวีชี้แจงขั้นตอนของกระบวนการ
  • 2. นัดหมายการทำกิจกรรมโดยกำหนดทำกิจกรรมในวันพุธที่ 3 ของเดือน เดือนละ 1 ครั้ง
  • 3. ดำเนินกิจกรรมตามกระบวนการที่กำหนดไว้
    เนื้อหาของกิจกรรม

 

ครั้งที่ 1 วันที่ 14 เดือน มกราคม พ.ศ. 2558 เวลา 09.30-12.30 น. เรือนจำกลางสมุทรปราการ


ผู้เข้าร่วมสร้างสัมพันธภาพ / ทำสมุดบันทึกของตนเอง เป็นสมุดบันทึกที่เย็บด้วยเข้าเล่มด้วยตนเอง / ปรับเปลี่ยนมุมมองต่อการเขียนบันทึกเพื่อแปรเปลี่ยนทัศนคติต่อการเขียนจากเพื่อการสื่อสารต่อผู้อื่นอย่างถูกจำกัดเงื่อนไข เป็นการกลับมาสื่อสารกับตนเอง และมีพื้นที่อิสระ การสร้างความสัมพันธ์ต่อการเขียนเป็นการผูกใจต่อเครื่องมือบำบัดและส่งเสริมความสัมพันธ์ต่อตนเอง ผู้เข้าร่วมได้เขียนบันทึกจากการสังเกตความรู้สึก ความคิด ความต้องการ และใคร่ครวญชีวิต และให้ไปบันทึกต่อเพื่อกลับมาพบกันในครั้งต่อไป

 

ครั้งที่ 2 วันที่ 17 เดือนกุมภาพันธ์ พ.ศ. 2558 เวลา 09.30-12.30 น. เรือนจำกลางสมุทรปราการ


เนื้อหาของการอบรมประกอบด้วย การสร้างความสัมพันธ์ และการกลับมาสื่อสารกับตนเองในพื้นที่อิสระคือการเขียน ในครั้งนี้ผู้เข้าร่วมการอบรมได้มีการขยายพื้นที่การรับรู้ของตนเองให้เพื่อนร่วมกลุ่มรับทราบ กระบวนการอบรมในครั้งที่สองนี้ได้เปิดพื้นที่ดูแลใจและทบทวนความทุกข์ในชีวิตที่ผ่านมา ซึ่งการเล่าถึงประสบการณ์อันเจ็บปวดในอดีต จะช่วยให้อารมณ์ด้านลบที่เก็บอยู่ในจิตใจและมีอิทธิพลต่อร่างกายได้รับการดูแลและรู้เท่าทัน (Louise Desalvo อาจารย์แห่ง Hunter College เด็กที่ถูกกระทำความรุนแรงทางเพศ และบาดแผลทางด้านจิตใจอื่นๆ เช่น การถูกข่มขืน การสูญเสียบุคคลใกล้ชิดด้วยอุบัติเหตุหรือการฆ่าตัวตาย หากพวกเขาไม่ได้เล่าเรื่องหรือกล่าวถึงประสบการณ์เลวร้ายและความรู้สึกของตนเอง มีแนวโน้มว่าจะต้องเจ็บป่วยอย่างรุนแรงมากกว่ากลุ่มเด็กที่ได้เล่าเรื่องราวของตัวเอง ได้ปล่อยปล่อยความคิดเชิงลบที่เก็บไว้ในจิตใจ ซึ่งทำให้ระบบภูมิคุ้มกันเสื่อมถอยและเพิ่มความเจ็บป่วยของร่างกาย(๑๙๙๙))

 

ครั้งที่ 3 วันที่ 10 เดือนมีนาคม พ.ศ. 2558 เวลา 09.30-12.30 น. เรือนจำกลางสมุทรปราการ


ครั้งที่ 4 วันที่ 22 เดือนเมษายน พ.ศ. 2558 เวลา 09.30-12.30 น. เรือนจำกลางสมุทรปราการ


การอบรมในครั้งที่สามและสี่ ผู้ต้องขังได้เรียนรู้จักตนเอง ทั้งด้านลักษณะนิสัย ความเหมือนและความแตกต่างของตนกับเพื่อน ใคร่ครวญสิ่งดีงามของตนเองและสิ่งที่ต้องปรับปรุงแก้ไข เห็นหนทางพัฒนาชีวิตด้วยการคิดทบทวนอย่างเห็นคุณค่าในตัวเอง การเห็นคุณค่าในตัวเองเป็นปัจจัยสำคัญอย่างยิ่งในการพัฒนาสุขภาวะด้วยตนเองของคนไข้ “ไม่มีอะไรที่จะเป็นอุปสรรคขัดขวางการสร้างสุขภาพจิตที่ดี และสังคมที่ดีได้มากไปกว่าความรู้สึกว่าเราเป็นคนไม่สำคัญ ไม่น่ารัก ไม่น่าปรารถนา”(เอ็ม. สก็อต เปค, 2553 : 87)

 

ครั้งที่ 5 วันที่ 20 เดือนพฤษภาคม พ.ศ. 2558 เวลา 09.30-12.30 น. เรือนจำกลางสมุทรปราการ


ครั้งที่ 6 วันที่ 24 เดือนมิถุนายน พ.ศ. 2558 เวลา 09.30-12.30 น. เรือนจำกลางสมุทรปราการ


การอบรมครั้งที่ห้าและหก เนื้อหาสำคัญหนึ่งคือการมองยังคนที่ตนเองรู้สึกรักและคนที่รู้สึกชัง เพื่อตระหนักว่าคนๆ นั้นมีสิ่งที่ชื่นชมและรังเกียจเช่นเดียวกับตัวเรา การมองลึกในตัวผู้อื่นยังบ่มเพาะความเมตตากรุณา อันจะนำมาสู่การดูแลตนเอง และปรับเปลี่ยนท่าทีต่อความสัมพันธ์ผู้อื่นใช้กิจกรรมพูดคุยเพื่อแลกเปลี่ยนมุมมองต่อกันและกันหลังบันทึก และถอดบทเรียนจากกิจกรรมกลุ่มเพื่อจุดประกายการสร้างพื้นที่ความไว้วางใจให้แก่เพื่อนและในสังคมที่ตนอยู่อาศัย

 

การอบรมทุกครั้งผู้ต้องเข้าร่วมจะได้ฝึกสมาธิภาวนาระยะสั้นเพื่อกลับมารับรู้อารมณ์ความรู้สึกภายใน และเพื่อให้ใจกระจ่างสามารถทบทวนสิ่งต่างๆ ได้อย่างดี ผ่านการสงบนิ่ง กิจกรรมเคลื่อนไหว และการวาดเขียน โดยการเขียนจะพากลับมาอยู่กับอารมณ์ความรู้สึกและการคิดของตน ใคร่ครวญอย่างมีสติ เพื่อความผ่อนคลายและเกิดปัญญา ซึ่งเป็นแนวทางการพัฒนาตัวเองและการเยียวยาตามหลักศีล สมาธิ และปัญญา (อนุรักษ์ เม่นหรุ่ม ,2557)

 

แบบทดสอบอ้างพัฒนาจาก Charles L. Whitfield , M.D. กับ Cathryn L. Taylor , M.A. , M.F.C.C

ผลจากการศึกษาพบในเชิงสถิติ ดังนี้

   หลังก่อนต่าง
      
ประเมินผลด้านการตระหนักในอารมณ์ความรู้สึก ความสามารถรับมือความทุกข์ และการมีความรู้สึกเชิงบวก 
      
  เข้าใจความรู้สึกของตนเอง4.3333333.8333330.5
  รับฟังผู้อื่นได้4.3333333.750.583333
  สามารถดูแลความรู้สึกด้านลบในตนเอง3.91666730.916667
  ฉันเข้าใจความรู้สึกของผู้อื่น4.253.1666671.083333
  แสดงออกความรู้สึกและความต้องการได้4.1666673.3333330.833333
  มั่นใจในคุณค่าของตน4.53.9166670.583333
  รู้สึกเป็นอิสระ2.9166672.250.666667
  เรียกร้องขอความเห็นใจ3.6666673.1666670.5
  กล้าตัดสินใจด้วยตนเอง4.253.750.5
  รู้สึกปลอดภัย3.753.50.25
  สามารถเผชิญหน้ากับด้านที่เปราะบางในตัวเอง3.53.1666670.333333
  ให้อภัยผู้อื่นต่อสิ่งที่เขาทำผิดต่อฉัน43.1666670.833333
  ปฏิบัติต่อตนเองอย่างเห็นคุณค่า4.16666740.166667
  ปฏิบัติต่อชีวิตอื่นและคนอื่นอย่างเห็นคุณค่า4.253.50.75
  อยู่ร่วมกับผู้อื่นได้4.540.5
  มีแรงผลักดันและความใฝ่ฝัน4.3333333.8333330.5
      
  นัยยะสำคัญ 0.0001  
ประเมินผลด้านทัศนคติเห็นคุณค่าและมีท่าทีเชิงบวกต่อร่างกาย   
      
      
  รักร่างกายตนเอง4.754.5833330.166667
  เห็นคุณค่าของส่วนต่างๆ ของร่างกายนี้4.754.1666670.583333
  ใช้ร่างกายอย่างถนอม4.53.6666670.833333
  ไม่บั่นทอนสุขภาพด้วยความคิดด้านลบ3.253.0833330.166667
  ไม่บั่นทอนสุขภาพด้วยการกิน ดื่ม หรือ เสพ3.6666673.6666670
  ดูแลรักษาความสะอาดร่างกาย4.54.1666670.333333
  รู้สึกมั่นใจในศักยภาพของร่างกาย3.753.1666670.583333
  กระชับกระเฉง มีชีวิตชีวา3.6666673.3333330.333333
  ร่างกายของฉันมีความสุข3.6666673.3333330.333333
  ดูแลปัญหาสุขภาพด้วยความรู้สึกเชิงบวก3.6666673.6666670
  ปรารถนาดีต่อร่างกาย4.41666740.416667
  สามารถรับฟังสัญญาณและการสื่อสารจากร่างกาย3.753.1666670.583333
  สามารถสื่อสารกับร่างกายอย่างกรุณา3.0833332.8333330.25
  มีกิจกรรมดูแลหรือออกกำลังกาย2.6666672.5833330.083333
  รู้สึกมีพื้นที่ส่วนตัวที่ปลอดภัย3.16666730.166667
  ดูแลและใช้งาน หัวคิด – จิตใจ – ร่างกาย สมดุล3.6666673.3333330.333333
      
      
  นัยยะสำคัญ0.0001  
ประเมินผลด้านทัศนคติเชิงบวกต่อตัวเอง   
      
  เข้าใจว่าทุกชีวิตมีคุณค่า4.5833334.250.333333
  เห็นจุดเด่น จุดด้อยในตนอย่างหลากหลาย4.253.0833331.166667
  เห็นศักยภาพและความสามารถของตนเอง3.753.250.5
  ตนมีคุณค่า4.54.0833330.416667
  สมควรได้รับความรักและการยอมรับ4.0833333.750.333333
  มีศักดิ์ศรีและเกียรติ4.4166673.9166670.5
  มีความบริสุทธิ์ภายในจิตใจ4.6666673.9166670.75
  เข้าใจว่าด้านบวกและด้านลบต่างสำคัญ4.3333333.750.583333
  เห็นคุณค่าของเรื่องราวชีวิตตนเอง4.5833334.1666670.416667
  ไม่แน่ใจว่าคุณค่าในตัวเองอยู่ที่สิ่งใด2.6666672.6666670
  มีตัวตนหรือบุคลิกภาพย่อยอันหลากหลาย สามารถยอมรับและปรับตน4.253.5833330.666667
      
  นัยยะสำคัญ0.0002  
ประเมินผลด้านทัศนคติเชิงบวกต่อชีวิตและการเรียนรู้ชีวิต   
      
  เข้าใจว่าการเรียนรู้สำคัญเช่นใด4.6666674.0833330.583333
  เข้าใจตนเอง4.3333333.50.833333
  สามารถวิเคราะห์ตนเองจากเหตุการณ์ในอดีต4.253.251
  รู้เท่าทันตน3.66666730.666667
  เข้าใจว่าการรู้จักตนเองสำคัญเพียงใด4.4166673.6666670.75
  ศึกษาเรียนรู้เกี่ยวกับตนเอง3.9166673.250.666667
  เข้าใจว่าการฝึกฝนตนเองเป็นสิ่งสำคัญ43.4166670.583333
  เข้าใจว่าการยอมรับตนเองตามที่เป็นจริงสำคัญ4.3333333.9166670.416667
  เข้าใจว่าความจริงไม่ได้ตายตัว หรือเพียงหนึ่งเดียว3.5833333.250.333333
  รับฟังความคิดที่แตกต่างได้อย่างสบายใจ3.8333333.4166670.416667
  เข้าใจว่า คนที่เกลียดหรือรบกวนใจก็สะท้อนตัวฉัน3.252.4166670.833333
  เห็นคุณค่าในความทุกข์ที่ผ่านมา4.253.50.75
  สามารถเรียนรู้จากบทเรียนชีวิตตนเอง4.3333334.0833330.25
  เข้าใจว่าความสัมพันธ์เป็นกระจกเงาส่องตน4.253.1666671.083333
  ตนมีสติปัญญา มีภูมิปัญญา4.0833333.250.833333
  เห็นปัญญาในจิตใจและร่างกาย4.253.50.75
  เข้าใจว่าชีวิตมีมากกว่าเนื้อหนังกายใจและวัตถุลาภยศ4.3333333.5833330.75
  ตระหนักและใส่ใจสัญญาณของชีวิต4.53.51
  มีมุมมองที่เปิดกว้างและละเอียดอ่อน43.250.75
      
  นัยยะสำคัญ0.0001  
ประเมินผลด้านทัศนคติต่อการเขียน   
      
      
  ชอบการเขียน2.6666672.6666670
  การเขียนบำบัดเป็นมากกว่าการระบายอารมณ์2.0833331.750.333333
  สามารถเขียนหรือบันทึกเพื่อดูแลจิตใจ3.9166673.1666670.75
  สามารถเขียนหรือบันทึกเพื่อเข้าใจตนเอง43.250.75
  สามารถเขียนหรือบันทึกเพื่อดูแลร่างกาย3.4166672.9166670.5
  สามารถเขียนหรือบันทึกเพื่อการเรียนรู้3.6666673.1666670.5
  เขียนไม่เก่ง ไม่ได้ประโยชน์ต่อตนและคนอื่น3.2530.25
  การเขียนเยียวยาและดูแลตนได้3.9166673.6666670.25
      
  นัยยะสำคัญ0.0027  

ผลจากการศึกษา

จากการวิเคราะห์ผู้ต้องขังที่เข้าร่วมการเขียนบำบัดร่วมกับกระบวนการจิตปัญญาศึกษามีสุขภาวะที่ดีขึ้นในด้านต่าง ๆ โดยเฉพาะการเห็นคุณค่าในตน เข้าใจความรู้สึกที่เข้าใจและใส่ใจผู้อื่น สะท้อนให้เห็นถึงความสามารถในการดูแลจัดการอารมณ์ความรู้สึกและความละเอียดอ่อน ความเข้าใจและรู้จักตนเอง และจากการสังเกตบันทึกสะท้อนถึงความรู้สึกเชิงบวกในการใช้ชีวิตประจำวัน สะท้อนผ่านการมีความหวัง ความฝัน และความตั้งใจที่จะพัฒนาตนเอง การรับยาต่อเนื่องตรงเวลา ไม่พบการดื้อยาจากการขาดการรักษาในกลุ่มนี้ ระดับ VL < 20 copies/ML ต่อเนื่องทั้งหกเดือน และพบการเพิ่มขึ้นของค่าภูมิคุ้มกันของร่างกาย

ความท้าทายสู่อนาคต

กลุ่มผู้ต้องขังที่ติดเชื้อเอชไอวีซึ่งมีปัญหามากอยู่ในกลุ่มผู้ต้องขังชาย และกลุ่มบุคคลทั่วไปภายนอกซึ่งมีปัจจัยที่ท้าทายหลายประการ ทางทีมงานตั้งใจว่าจะนำกระบวนการการเขียนบำบัดร่วมกับกระบวนการจิตปัญญาศึกษาเพื่อส่งเสริมการให้การรักษากลุ่มผู้ต้องขังชายและบุคคลทั่วไปในลำดับต่อไป การเริ่มต้นกระบวนการเขียนบำบัด ผู้คนส่วนใหญ่มักติดทัศนะเดิมเกี่ยวกับการเขียน ทำให้ขาดความเชื่อมั่นและไม่เข้าใจประโยชน์ จึงไม่เข้าร่วมกระบวนการ ต้องมีการสื่อสารคุณประโยชน์ให้มากขึ้น ทั้งนี้ยังมีผลการวิเคราะห์เชิงคุณภาพต่องานเขียนบันทึกของผู้ต้องขังซึ่งสะท้อนถึงการเติบโตทางภาวะจิตใจหลายด้าน ซึ่งทางสถาบันได้รายงานต่อผู้ร่วมงานและกรรมการผู้เชี่ยวชาญในส่วนหนึ่งแล้วโดยจะมีการนำเสนอในลำดับต่อไป