โครงการ “ห้องเรียน เขียนภาวนา”

สถาบันธรรมวรรณศิลป์ ปีที่ 12 - 17

ประจำปี พ.ศ. 2563 ถึง 2568

จากวันวานสู่วันนี้


5 ปีแล้วที่ทางสถาบันธรรมวรรณศิลป์ได้ดำเนินการจัดอบรม เขียนภาวนา (“เขียนภาวนา : เขียนเพื่อกำกับใจ” Meditation Writing Course บ่มเพาะสมาธิ ขัดเกลาอัตตา) ภายใต้ชุดหลักสูตร เขียนเปลี่ยนชีวิต ซึ่งเป็นกระบวนการเขียนบันทึกเพื่อการพัฒนาตนเองบนหลักจิตวิทยากับธรรมะ ประกอบด้วยหัวข้อการอบรมได้แก่ “เขียนค้นตน” เน้นการเขียนเพื่อสื่อสารกับตนและเข้าใจตัวเอง , “เขียนเยียวยา” เน้นการเขียนเพื่อเยียวยาหัวใจตนเองและบ่มเพาะความสุขในชีวิต , “เขียนข้ามขอบ” เน้นการเขียนเพื่อก้าวข้ามความคิดและขอบที่จำกัดหัวใจ และหัวข้อ “เขียนภาวนา” ซึ่งเป็นการอบรมในที่นี้ มุ่งเน้นถึงการพัฒนาสมาธิ ขัดเกลากิเลส ละวางตัวตน และบ่มเพาะความเข้าใจในธรรมผ่านกระบวนการเขียน

5 ปีที่ทางเราได้เผยแพร่ความรู้และการฝึกฝน เขียนภาวนา ผ่านการอบรมทางไกลสี่สัปดาห์ (บุคคลทั่วไป) ถึงสี่เดือน (ศิษย์เก่า) และคอร์สเชิงปฏิบัติการในห้องเรียนเป็นเวลาสองวันถึงสองชั่วโมง ปีละหนึ่งถึงสองรุ่น รวมเฉพาะผู้เรียนที่ผ่านการอบรมทางไกลประมาณ 100 คน ถือเป็นก้าวแรกของเราในการส่งเสริมความรู้ความเข้าใจในศาสตร์ของการพัฒนาสมาธิและขัดเกลากิเลสผ่านการเขียน ก่อนที่ 5 ปีต่อจากนี้ ทางเราจะมุ่งหมายสร้างสรรค์กิจกรรมและการฝึกฝนให้ เขียนภาวนา เป็นที่รู้จักแพร่หลายและมีพื้นที่ในการปฏิบัติอย่างต่อเนื่องมากยิ่งขึ้น

การเขียนในลักษณะนี้จะมิใช่การเขียนเพื่อสร้างชิ้นงานเป็นที่ตั้ง แต่เป็นการเขียนบันทึกเชิงกระบวนการที่เน้นการฝึกฝนจิตใจตนเองของผู้เขียนและการสะท้อนทบทวนตัวเองเป็นหลัก ไม่เน้นการเขียนดี เขียนเก่ง หรือสร้างสรรค์ผลงานเพื่อคนอื่นอ่าน เหมือนการอบรมการเขียนทั่วไป เป็นการเขียนเพื่อภาวนาบนหลักธรรมและจิตวิทยา ฝึกฝนเท่าทันการยึดติด เขียนด้วยลมหายใจออก ย้อนมองกลไกในจิตตนผ่านอักษร อีกทั้งยังมุ่งหมายบ่มเพาะความดีงามในหัวใจด้วยการน้อมนำคุณธรรมที่อยู่ในตนผ่านกระบวนการบันทึก ผู้เรียนจะได้เรียนรู้การใช้การเขียนเพื่อต่อยอดจากการภาวนาและการส่งเสริมการปฏิบัติธรรม โดยไม่จำเป็นต้องมีพื้นฐานการภาวนาหรือความสนใจการปฏิบัติธรรมมาก่อน

ความหมายของ เขียนภาวนา


“ใช้ชีวิต ช้าลง ด้วยการเขียน
ผ่านศิลปะการเขียน หนึ่งลมหายใจ
รู้หยุด รู้วาง รู้เริ่มใหม่
กำกับใจ เขียนภาวนา ใคร่ครวญธรรม
ผ่อนเบาสิ่งบีบคั้น รู้ทันความอยากใคร่
สมาธิผ่านอักษร สลักใจเติบใหญ่
ไม่เน้นเขียนให้ดี ไม่เน้นเขียนให้เก่ง
เขียนให้ใจขัดเกลา ทิฐิ กิเลส อัตตา”


เขียนภาวนา คือ ศิลปะวาดเขียนในลมหายใจออก ซึ่งมีจุดหมายในการขัดเกลากิเลสตัณหา บนหลักสติปัฏฐาน และ อริยมรรค เพื่อส่งเสริมอาณาปานสติ การเจริญสติ และการปฏิบัติธรรม ทั้งผู้มีประสบการณ์จนถึงผู้เริ่มต้นใหม่

เขียนภาวนา ไม่ใช่เครื่องมือที่มุ่งให้เกิดภาวะวิเศษ และมิใช่กิจกรรมทำชั่วครั้งชั่วคราว แต่เป็นวิถีของการฝึกฝนเพื่อระงับความเคยชินของจิตใจในการทำตามความอยากและความยึดมั่น เป็นการขัดเกลาให้กลับคืนสู่ความเป็นมนุษย์ตามธรรมชาติอันเรียบง่าย รู้สันโดษ มีความพอดีและใจที่สงบมั่น

ห้องเรียน 3 ระยะ

 

  1. ผู้สนใจและศิษย์เก่าเขียนภาวนา ร่วมการอบรมในคอร์สของโครงการได้แก่ “พื้นฐาน เขียนภาวนา” และ “ปฏิบัติ เขียนภาวนา”
  2. ผู้เข้าร่วมการอบรมกับโครงการ ร่วมกันเผยแพร่ประสบการณ์การฝึก ประโยชน์ที่ได้รับ ผลลัพธ์การพัฒนาตนเองจาก เขียนภาวนา สู่สังคมผ่านการร่วมทำสื่อและให้สัมภาษณ์ตามวาระโอกาสและความเหมาะสม
  3. ผู้เข้าร่วมโครงการร่วมออกแบบและวางแนวทางพัฒนาจาก ห้องเรียน สู่ โรงเรียน ในลำดับต่อไป

กลุ่มเป้าหมาย


เราเปิดรับทุกคนที่มีความตั้งใจจริงในการพัฒนาตนเองและสามารถทำตามเงื่อนไขกับเข้าร่วมกิจกรรมการฝึกฝนในรอบที่สมัครอย่างเต็มที่ โดยมีลักษณะเข้าเกณฑ์หนึ่งในสามข้อ ดังนี้

1 บุคคลทั่วไปที่สนใจการพัฒนาตนเองผ่านศิลปะการเขียน

2 บุคคลทั่วไปผู้ใฝ่ศึกษาธรรมและการภาวนา

3 ศิษย์เก่าผู้ผ่านการอบรม เขียนภาวนา มาก่อน

ห้องเรียน เขียนภาวนา ระยะที่หนึ่ง


เชิญชวนผู้มีความสนใจที่อยู่ในกลุ่มเป้าหมาย มาร่วมฝึกฝนพัฒนาตนเองผ่านคอร์สอบรมทั้งสองของเรา ได้แก่ “พื้นฐาน เขียนภาวนา” และ “ปฏิบัติ เขียนภาวนา” โดยจะเปิดการฝึกอบรมเป็นระยะเวลาอย่างน้อย 3 ปีขึ้นไป นับจากปี พ.ศ. 2563


1 คอร์ส “พื้นฐาน เขียนภาวนา”

ระยะเวลา (ในห้อง) 2 วัน , (ออนไลน์) ระยะสั้น
ค่าลงทะเบียน : (เฉพาะอบรมในห้อง) ค่าอาหารและสถานที่ 400 บาท , ค่าวิทยากร ตามบริจาค

เหมาะสำหรับผู้เริ่มต้นและผู้ที่ต้องการการฝึกอย่างง่ายก่อน

เนื้อหาและการฝึกฝน ประกอบด้วย

  • หลักการภาวนา
  • กระบวนการจัดใจ
  • ความอยาก กับ ความยึดมั่น
  • สติระงับยับยั้งความเคยตัว
  • การใช้ชีวิตบนทางสายกลาง
  • เขียนภาวนา พื้นฐาน
  • การทบทวนจิต

 

2 คอร์ส “ปฏิบัติ เขียนภาวนา”

ระยะเวลา (ในห้อง) 8 วัน , (ออนไลน์) 4 เดือน
ค่าลงทะเบียน : (เฉพาะอบรมในห้อง) ค่าอาหารและสถานที่ 1,600 บาท , ค่าวิทยากร ตามบริจาค

เหมาะสมทั้งผู้เริ่มต้นและผู้ที่ผ่านการอบรมขั้นแรก ฝึกอย่างเข้มข้นลงลึกตั้งแต่พื้นฐานเป็นต้นไป

เนื้อหาและการฝึกฝน ประกอบด้วย

  • เริ่มใหม่พื้นฐาน
  • สติปัฏฐาน 4
  • ปริศนาธรรม
  • เขียนภาวนา เข้มข้น
  • พิจารณา กิเลสละเอียด
  • การละวางอัตตา
  • กลไกต่างๆ ของจิตใจ

ห้องเรียน เขียนภาวนา ระยะที่สอง

 

เชิญชวนผู้ผ่านการฝึกฝนในระยะที่หนึ่งของโครงการ มีส่วนร่วมในการส่งเสริมและเผยแพร่ เขียนภาวนา และ หลักธรรม สู่สังคมในวงกว้าง ให้เกิดความรู้ ความเข้าใจ และความสนใจฝึกฝนปฏิบัติด้วยตนเองต่อไป โดยเริ่มปี พ.ศ. 2565 เป็นต้นไปอย่างน้อย 2 ปี ผ่านรูปแบบดังต่อไปนี้

1 ร่วมเขียนบทความ (ความเรียง โพสต์ บทกวี ฯ) การให้สัมภาษณ์ผ่านตัวหนังสือ บันทึกเสียง หรือถ่ายวิดีโอ และสื่อต่างๆ เพื่อบอกเล่าประสบการณ์จากการฝึก เขียนภาวนา ผลลัพธ์และการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นกับตนเอง ธรรมะ ข้อคิด และการตกผลึกที่ได้เรียนรู้ รวมทั้งข้อแนะนำสำหรับผู้สนใจฝึกฝน

2 ส่วนหนึ่งของเนื้อหาข้างต้น เผยแพร่ฟรีผ่านสื่อประชาสัมพันธ์และเว็บไซต์ของสถาบันธรรมวรรณศิลป์ ส่วนหนึ่งนำมาเรียบเรียงร่วมกับเนื้อหากับสื่อการสอน เป็นคอร์สออนไลน์ในโครงการ ปัญญ์ สเปซ พลัส จำหน่ายในราคาย่อมเยาว์ และตีพิมพ์ในรูปแบบของหนังสือ เพื่อนำรายได้สนับสนุนการดำเนินงานของโครงการ

เมื่อถึงเวลาดำเนินงานในระยะนี้ ครูโอเล่ ผู้รับผิดชอบ หรือคณะทำงานจะติดต่อผู้ผ่านการฝึกฝนเพื่อเชิญชวนร่วมกิจกรรม

 


ห้องเรียน เขียนภาวนา ระยะที่สาม

 

เชิญชวนผู้ผ่านการฝึกฝนและมีส่วนร่วมกับโครงการตลอดสองระยะแรกหรือตามการพิจารณา ให้เข้ามามีส่วนร่วมในการพัฒนาโครงการจากห้องเรียน สู่ โรงเรียน เขียนภาวนา ผ่านรูปแบบทั้งสี่ดังต่อไปนี้ ตามความสมัครใจและความสะดวกตามบริบทของชีวิต โดยเริ่มดำเนินการปี พ.ศ. 2567 เป็นต้นไปจนหมดระยะทำงานโครงการ

1 เข้าร่วมประชุมวางแนวทางการพัฒนาโครงการให้เป็น โรงเรียน เขียนภาวนา หรือ ศูนย์ปฏิบัติ เขียนภาวนา

2 วางแผนการสอน หรือมีส่วนร่วมในการสอน เขียนภาวนา ให้เหมาะสมกับผู้เรียนแต่ละกลุ่ม ในการอบรมของโครงการหรือการอบรมที่ดำเนินการจัดเอง

3 ฝึกปฏิบัติการเป็นครูเขียนภาวนา ผ่านการช่วยฝึกสอนและการอบรมต่อยอดจากโครงการ

4 เผยแพร่ เขียนภาวนา ในบริบทอื่นๆ นอกเหนือจากโครงการ ตามลักษณะของงาน ชุมชน ครอบครัว และชีวิตของตนเอง โดยแลกเปลี่ยนหรือร่วมแสดงความคิดเห็นกับผู้มีส่วนร่วมคนอื่นๆ ในโครงการ

เมื่อถึงเวลาดำเนินงานในระยะนี้ ครูโอเล่ ผู้รับผิดชอบ หรือคณะทำงานจะกำหนดวันเพื่อดำเนินการประชุม แนะนำไอเดีย และการฝึกฝนอบรมต่อยอด แล้วติดต่อเชิญชวนผู้อยู่ในข่ายที่เข้าร่วมโครงการระยะสามเพื่อรับทราบข่าวและร่วมกิจกรรม

ตัวอย่างบทเรียนและการเปลี่ยนแปลงของผู้เรียน

 

“ในขณะเขียนภาวนาได้ฝึกการมองกลับมาภายในใจภายในกายตนเองอย่างแท้จริง ได้ฝึกรู้ลมหายใจ ได้ฝึกการขัดใจตนเองไม่ไหลไปตามความอยากของใจ ได้ขัดเกลากิเลสในตนเอง ฝึกการอยู่กับปัจจุบันขณะ ฝึกดูการทำงานของกายใจอย่างที่เค้าเป็น ได้ฝึกมองจุดแข็งจุดอ่อนของตนเอง จะนำจุดอ่อนที่ค้นพบในตนเองจะยอมรับอย่างอ่อนโยน ปรับและพัฒนาตนเอง จะนำจุดแข็งที่ค้นพบเร่งเพียรพัฒนาศักยภาพตนเองให้เข้มแข็งยิ่งขึ้นและเดินไปข้างหน้าอย่างตั้งมั่นเพื่อเยียวยาตนเองและผู้อื่นให้ถึงที่สุดและทำให้ดีที่สุดที่จะทำได้ต่อไปคะ จะนำความรู้ที่ครูโอเล่สอนมาตลอดส่งต่อเยียวยาผู้อื่นให้กลับมีรอยยิ้มต่อไปเช่นกันคะ

“ด้วยคำสอนที่ครูคอยให้กำลังใจ จึงทำให้อดทนสู้ดูการทำงานของกายใจอย่างไม่ปรุงแต่งและทำให้เขียนภาวนาได้ต่อเป็นช่วงๆ และเห็นจิตที่เข้าใจและก้าวข้ามจุดที่เรากลัวและทำให้ป่วยมาตลอดได้  วันนี้ครูโอเล่ทำให้ชีวิตหนูเปลี่ยนไปจากเดิมอย่างมากการอบรมครั้งนี้ทำให้เกิดความเข้าใจในตนเองที่ชัดเจนขึ้น และเห็นการก้าวข้ามความกลัวการทำงานของใจที่คอยหนีคอยป้องกันตนเองที่ซ่อนอยู่ในจิตใจของเรามาตลอด แต่ด้วยความไม่รู้ไม่เข้าใจการทำงานของจิตใต้สำนึกและสมองจึงส่งผลให้เจ็บป่วยทางกายตลอดเวลาที่ผ่านมา แต่ในวันนี้เมื่อเกิดความเข้าใจและรู้ทันการทำงานของใจที่คอยจะหนีทุกข์คอยสร้างกำแพงหลบปกป้องตัวเองของใจของกายนี้ ตอนนี้ทำให้ชีวิตเปลี่ยนไปและได้พบความสุขที่ลึกละเอียดได้มากขึ้นในตนเอง…ขอบพระคุณคะครูโอเล่”

คุณสิริลดา (แม่ชีดา)

 

“ก่อนอบรมรู้สึกสงสัยว่าการเขียนภาวนาคืออะไร..การเขียนจะทำให้เกิดการภาวนาได้หรือ แต่หลังจากอบรมแล้วทำให้ทราบว่าแม้แต่กิจกรรมการเขียนก็สามารถทำให้ใจของเราสงบได้ เข้าอบรมแล้วได้ฝึกการทำงานทีละอย่าง ฝึกการตามลมหายใจขณะนั่ง ฝึกเขียนช้าลงตามการหายใจออก อก และฝึกใจให้อยู่กับปัจจุบันไม่กังวลกับสิ่งที่ยังไม่เกิดและเศร้าใจกับอดีตที่ผ่านไปแล้ว จิตใจและอารมณ์มีความผ่องใสมากขึ้น ความเศร้าที่เกิดจากความกังวลสิ่งที่ยังไม่เกิดลดน้อยลง ทำให้ชีวิตน่าอยู่มากขึ้น”

คุณกรรัตน์ (โก) อาชีพ พยาบาล

 

“รู้สึกสุขใจ มีอารมณ์นิ่งสงบลง หลักการอบรม ตลอดเวลาการอบรมแม้จะทิ้งช่วงเวลาหายไป ไม่ต่อเนื่อง ครูโอเล่ก็ให้โอกาสและกำลังใน ยินดีกับการเริ่มต้นของดิฉันเสมอ ชอบหัวข้อ “อารมณ์แห่งใจ” “ฝนอิฐเป็นกระจกเงา” และ “ภาระความรู้” ในการเขียนภาวนา ทำให้เราเข้าใจ ได้ฟังลมหายใจ ร่างกายตัวเอง กลับมาสะท้อนย้อนคิดตัวตน รู้สึกรักและยินดีกลับการได้มีและใช้ชีวิตอยู่มากขึ้น เข้าใจความจริงของชีวิตเราในจักรวาล ผ่อนคลายกับความรู้สึกที่เคยอึดอัด ไม่เข้าใจในตัวเอง

“การกลับมาที่ลมหายใจ เข้า ออก ทำให้เรารู้ยั้งความคิดและการกระทำตนจากการปะทะกับปัจจัยที่ทำให้เกิดอารมณ์ต่างๆ ขึ้น ละวางการยึดในตัวตนให้ความสำคัญและเข้าใจคนอื่นว่าแท้จริงเรามีความแตกต่าง ถูกจักรวาลสร้างมาให้ต่างกันไป เขาเป็นเขา เราเป็นเรา”

คุณริยา (ป้อม) อาชีพ ครู/คนกลางไกล่เกลี่ยคดีครอบครัว

วิทยากร

ครูโอเล่ อนุรักษ์ เม่นหรุ่ม C.Ht

ผู้อำนวยการสถาบันธรรมวรรณศิลป์ ผู้สอนหลักสูตร “เขียนเปลี่ยนชีวิต” ผ่านหลายหัวข้อชุดอบรม และ หลักสูตรอื่นๆ อาทิ “ห้องเรียน พลังแห่งจิต” “เด็กน้อยภายใน” “ห้องเรียน นักกล้าฝัน” แก่บุคคลหลากหลายอาชีพ ทั้งในการอบรมแบบเปิดและการอบรมในกลุ่มเฉพาะตามรับเชิญ

มีความถนัดด้านการให้คำปรึกษา การพัฒนากระบวนการคิด และการบำบัดเยียวยา

ผู้เขียนคอลัมน์ออนไลน์  “ไกด์โลกจิต” และผู้ร่วมศึกษาการเขียนเพื่อส่งเสริมสุขภาวะผู้ต้องขังที่ติดเชื้อ HIV

ตารางการอบรม “ห้องเรียน เขียนภาวนา”

https://drive.google.com/file/d/1Lcy-9PpUQ1WWQeBTRhBw3p_O2kOshAg-/view?usp=sharing

 

สิ่งที่ได้รับจากการเขียนภาวนา

https://drive.google.com/file/d/1EAa22K8fTIRsYu5Zm7-Cl8IUAVh5os7s/view?usp=sharing

ดำเนินงานโดย

 

สถาบันธรรมวรรณศิลป์ ปีที่ 12 – 17
ครูโอเล่ อนุรักษ์ เม่นหรุ่ม

เฟสบุ๊ค : www.facebook.com/khianpianchiwit/

เว็บไซต์ : www.dhammaliterary.org

อีเมล : dhammaliterary@gmail.com


การดำเนินงานของโครงการตลอดสามระยะ ใช้เงินทุนจากค่าลงทะเบียนคอร์สการอบรมและการจำหน่ายสื่อต่างๆ ของครูโอเล่ สถาบันธรรมวรรณศิลป์ โดยไม่รับการสนับสนุนจากองค์กรหรือหน่วยงานใดทั้งสิ้น

อ่านบทเรียน “เขียนภาวนา” รุ่นที่ผ่านมาได้ที่

เปิดอ่านบทเรียนจากรุ่นก่อนได้ที่ www.dhammaliterary.org/รวมบทเรียน-เขียนภาวนา

คลิกปุ่มด้านล่างเพื่อศึกษา เขียนภาวนา