รวม๖

 

“ตอนระลึกถึงความรัก ตอนแรกที่บอกว่ามันแวบความรู้สึกโดดเดี่ยวขึ้นมา แต่ไม่นานภาพแม่ก็ขึ้นมาแทน นัยน์ตารื้นขึ้นทันที ยิ่งนึกยิ่งคิดถึงน้ำตาก็ไหลออกมา รับสัมผัสตรงนี้มันลึกมากค่ะ เข้าไปถึงหัวใจ เป็นพลังที่ยิ่งใหญ่มาก เขียนมาถึงตอนนี้เลยนึกขึ้นได้ว่าเราไม่ค่อยได้ดึงพลังแห่งความรักของแม่มาเป็นพลังหล่อเลี้ยงใจเราเท่าไร ทั้งที่ดูน่าจะเป็นพลังที่แข็งแกร่งที่สุด และสำหรับตัวเองจุดนี้ (จักระ)ก็ค่อนข้างจะอ่อนแอเปราะบางด้วย
.
ตอนครูให้กำหนดใจบริเวณหน้าผาก ตรงกลางเหนือหว่างคิ้ว จินตนาการถึงแสงสีน้ำเงิน สว่างบริเวณนี้ครู่หนึ่ง แล้วพาใจนึกถึง ช่วงเวลาที่เราได้เรียนรู้อะไรบางอย่าง หรือเกิดไอเดียที่ดีขึ้น ตอนนั้นนิ่งไปนิดนึงค่ะ บริเวณหว่างคิ้วเหมือนมีแรงดึงดูด ไม่เห็นสีน้ำเงิน แต่เห็นความคิดตนแวบนึงว่า ในห้วงที่ผ่านมาดูเหมือนเราจะว่างเปล่ามาก ไม่มีสิ่งใดดีๆเกิดขึ้นกับชีวิตเลย แล้วภาพในห้องเรียนก็ปรากฏขึ้นมาแทนค่ะ แล้วความรู้สึกที่หว่างคิ้วก็หายไป เห็นเป็นภาพในกรอบสีทองที่ครูพาจินตนาการ ตอนนั้นในใจก็ย้อนความรู้สึกในห้องเรียนขึ้นมา คือเป็นความอบอุ่นที่อาจารย์ที่เคารพรักท่านมองเห็นเรา เชื่อมั่นในตัวเราและปรารถนาให้เรามีความสุข ประสบความสำเร็จในชีวิตทุกเรื่อง เป็นภาพที่ชัดเจน พอมาระลึกอีก ก็เหมือนดูหนังซ้ำย้ำเตือนตนเองอีก แถมยังได้บอกกับตนเองในใจอีกว่า “เราเก่ง เราทำได้ เราประสบความสำเร็จได้”
.
เมื่อจบกิจกรรมจึงรู้สึกอบอุ่นใจค่ะครู มาถึงตอนนี้ก็มีความคิดเพิ่มจากการบันทึกแลกเปลี่ยนนี้ว่า ความสามารถเรามีอยู่ในตน อาจห่างหายไปเพราะสถานการณ์บางอย่าง ขอให้เรารู้ตัวและระลึกรู้ถึงสิ่งนั้นอย่างที่เขามีอยู่ในตัวเราตลอดเวลาไม่เคยทิ้งเราไปไหน เราควรสื่อสารกับเขาให้มากสัมผัสเขาบ่อยๆ และเมื่อเรารู้สึกเหนื่อยท้อให้นึกถึงพลังความรักของแม่และครูอาจารย์ที่ปรารถนาดีต่อเราเสมอมา”
.
บทเรียนจากกิจกรรมปรับพื้นฐาน หลักสูตร #ห้องเรียน #พลังแห่งจิต
จากคุณพัชราภรณ์ (หน่อย)
ภาพมันดาราจากการเรียนรู้ โดย คุณศิริพร (ไข่มุก)