รวมบทเรียน “เขียนข้ามขอบ” เขียนเปลี่ยนชีวิต รุ่นที่ 29

 

 

รายชื่อผู้จบการอบรม “เขียนข้ามขอบ” ในชุดหลักสูตร เขียนเปลี่ยนชีวิต รุ่นที่ 29

จำนวน 35 คน โดยมีจำนวนส่งการบ้านมากกว่า 514 บันทึก

.

“เป็นการอบรมที่ค่อยๆทำให้เราฟังเสียงความรู้สึกของตัวเอง ได้สัมผัสความคิดตัวเอง ได้เข้าใจตัวเองได้ชัดเจนขึ้น
หลังอบรม ครูเอาใจใส่ ให้แนวทางที่ดี ในการแนะนำ ให้กำลังใจ รู้สึกได้พบครูที่ดีมากๆ ชี้แนะให้เรามีทางที่ดี และทำให้เราได้เรียนรู้ตัวเองจนก้าวข้ามขอบข้อจำกัดในตัวเราได้ ชอบหัวข้อ มองสิ่งเกินจำเป็นในชีวิตดั่งศิลปิน

.

“การมีขอบทำให้เราเกิดการจำกัดตัวเองในการที่จะทำอะไรสักอย่าง ถ้าเราก้าวข้ามขอบที่เป็นข้อจำกัดของเราได้ เราจะสามารถทำอะไร และมองอะไรได้กว้างออกไปมากโดยปราศจากเงื่อนไข ทุกอย่างเราเรียนรู้ได้ การมีครูที่ชี้แนะที่ดีช่วยให้เราได้พัฒนาตัวเองได้เร็ว การมีกำลังใจที่จะทำอะไรต่างๆ เริ่มที่ตัวเรา ถ้าเราเริ่ม เราต้องกล้าที่จะออกจากขอบตัวเองและเรียนรู้สิ่งใหม่ๆ ด้วยใจที่เปิดกว้าง”

.

เสาวลักษณ์ (เฟิน) อาชีพ อิสระ

.

.

“รู้สึกประทับใจมากๆ กับการอบรม “เขียนข้ามขอบ” ในครั้งนี้ ขอบ คืออะไร แล้วเราจะข้ามได้อย่างไร เป็นความรู้สึกแรก ๆ ที่อยากรู้มาก ๆ ขอบคุณครูที่น่ารัก คอยดูแลการข้ามขอบของเราเป็นระยะ ไม่ตำหนิ ไม่ชมเกินไป ให้เราได้ชื่นชมตัวเองและเห็นหัวใจเราเอง โดยไม่ต้องพึ่งคนอื่นมาก สิ่งที่ได้ย้อนคิด ย้อนนึกถึงทั้งความทุกข์ ความสุข และบางอย่างที่ติดค้างในใจให้กลับไปทำความเข้าใจ เรียนรู้ และก้าวต่อไปข้างหน้า ทุกวันนี้ทำให้ได้สติในการทำในสิ่งที่เป็นประจำวัน และเริ่มต้นทำสิ่งใหม่ ๆ อย่างเข้าใจในสิ่งที่ทำมากขึ้น ใช้หัวใจในการคิดมากขึ้น ขนาดกินข้าวทุกวันนี้ รู้สึกว่าอร่อยมากขึ้น เพราะเรารู้สึกว่า ชีวิตทุกขณะปัจจุบันของเรามีคุณค่าเหลือเกิน มีความสุขในคุณค่าของตัวเอง อย่างไม่เคยรู้สึกแบบนี้มาก่อน คุยกับคนรอบข้างที่บ้านจะคุยด้วยหัวใจมากขึ้น ทำให้เราดูใจเย็นลง เยือกเย็น แต่สุขุม อดีตที่ดีและไม่ดีที่ผ่านมาแล้ว ทำให้เรารู้ว่าทุกเหตุการณ์ส่งผลให้เราเป็นในวันนี้ ไม่มีทุกข์ในวันวาน ก็ไม่เข้าใจความสุขที่แท้จริงในวันนี้ ไม่มีสุขในวันก่อน ก็ไม่รู้ว่าเราจะสุขได้มากยิ่งขึ้นได้อีก ไม่น่าเชื่อว่าการอบรมแบบการเขียนในแบบของครู สามารถทำให้เราข้ามขอบ ที่เป็นสิ่งที่ขวางกั้นจิตใจเรา ด้านศักยภาพ ด้านความสุข และด้านความคิด ของเราได้อย่างง่ายดายมาก

.

“การเรียนครั้งนี้ทำให้เรารู้ว่าเราหลงไหลการเขียนหนังสือ จะได้ก้าวไปในสิ่งที่ตัวเองชอบจริง ๆ เรียนแล้วทำให้เราเข้าใจว่าที่ผ่านมา เราทำอะไรมาตั้งหลายอย่าง อบรมสัมมนามาตั้งหลายคอร์ส ฟังคนสำเร็จมานับไม่ถ้วน แต่เราไม่ค่อยได้นั่งฟังหัวใจเราเลย ว่าสิ่งที่อยากได้ อยากทำ อยากเป็น คืออะไรกันแน่ เราฟังคนอื่น ก็คือความสำเร็จของคนอื่น เราก็พยายามจะเลียนแบบความสำเร็จคนเหล่านั้น ซึ่งจริง ๆ แล้วบางสิ่งบางอย่าง แต่ละคนมีรากความคิด ไม่เหมือนกันเลย ทำให้การคิดที่จะเดินทางไปสู่ความสำเร็จ มันลอกเลียนแบบกันไม่ได้เลยเหมือนเราเอาเปลือกไปแข่งกับคนอื่น มันไม่ใช่เนื้อแท้ในจิตใจเราจริง ๆ จะถามใคร จะบอกใคร ก็ไม่รู้จะถามยังไง คำตอบมันไม่เข้าใจไปถึงแก่นแท้ของหัวใจ แต่ครูได้ใช้หัวข้อบันทึกต่าง ๆ เป็นบันไดให้เราค่อย ๆ ไต่ไปตามความคิดจริง ๆของเรา แล้วค่อย ๆ แกะรอยหัวใจเราในสิ่งที่รักจริง ๆ อยากทำจริง ๆ กลับทำให้เรารู้สึกหัวใจพองโต อิ่มเอม มีความสุขมากขึ้นอีกมากมาย ทำให้เรียนรู้ว่าคนส่วนใหญ่ไม่รู้วิธีที่จะค้นหาตัวตนได้ แต่การเขียนบันทึกกลับทำให้เราข้ามขอบได้อย่างน่าอัศจรรย์ ครูบอกว่าตัวเราเป็นเมล็ดพันธุ์ที่ดีงามอยู่แล้วตั้งแต่วัยเด็ก เพียงแต่เรายังไม่ได้ใช้มันเต็มที่ ศักยภาพที่เรามีถ้าได้ดึงออกมาใช้ เราถึงจะมีความสุขกับชีวิตจริง ๆ ชีวิตที่เหลืออยู่จะใช้ให้มันคุ้มค่า เด็กน้อยที่สดใสในตัวเรา คงอยากจะผจญภัย และสนุกสนานในโลกกว้างใบนี้ รอเราเปิดโอกาสให้ตัวเองได้ทำในสิ่งที่เป็นความรู้สึกลึก ๆ ในหัวใจ ซึ่งความมั่นใจในสิ่งที่เรามีอยู่ กลับได้มีโอกาสเรียกกลับมาได้อย่างง่ายดาย ไม่น่าเชื่อว่า เราจะรู้สึกดีและมีความสุขกับชีวิตได้แทบทุกวินาที รักตัวเองมากขึ้น รักผู้คนมากขึ้น ที่สำคัญรู้สึกร่างกายอ่อนเยาว์ลงได้อีก พาตัวเองเข้าสู่โลกใบใหม่ที่มีความสุข ท้าทาย และน่าค้นหา เพราะสุดท้ายแล้ว ความสุขที่แท้จริง ไม่จำเป็นต้องมีเงื่อนไขอะไรเลย”

.

ภิญญาพัชญ์ (ไก่) อาชีพ ทำบัญชี

.

.

“ปกติเราเข้าใจเองว่า เป็นการเขียนบันทึกที่เคยทำ เพื่อจะได้ไม่ลืมเหตุการณ์ต่างๆที่เกิดขึ้น แต่ไม่ได้คิดที่จะเอามาทบทวนเพื่อเปลี่ยนแปลงตนเองยังงัย แค่หยิบมาอ่านซ้ำให้รู้เท่านั้นว่าเกิดอะไรขึ้นในอดีต แค่รู้ แล้วก็จบ แต่การเขียนข้ามขอบ เป็นการเรียนรู้ครั้งแรกค่ะ รู้สึกว่าเป็นการเขียนบันทึกที่มีความมุ่งหมาย ที่จะเขียนเพื่อพัฒนาตนเองไปพร้อมกับการบันทึกเรื่องราวที่เกิดขึ้นในชีวิตประจำวัน เป็นการลงทุนเพื่อการศึกษาที่มีประโยชน์และคุ้มค่าจริงๆค่ะ คิดว่าหลังการอบรมแล้ว อยากจะเอาหัวข้อต่างๆมาเขียนซ้ำเพื่อให้เกิดความรู้สึกนึกคิดขึ้นมาได้เวลาที่มีปัญหาอะไร หรือคิดอะไร ในทางลบ หรือมีอคติ เพื่อให้คิดได้ทัน เพราะด้วยความไม่คุ้นชินกับการเขียนแบบใหม่นี้ ก็จะพยายาม บันทึก และทบทวนบ่อยๆค่ะ ขอขอบคุณครู และทีมงานที่ทุ่มเท เพื่อให้ชีวิตผู้อื่นได้เรียนรู้และลงมือเปลี่ยนแปลงตนเอง จากการเรียนบันทึกเขียนข้ามขอบ พบกับความสุขมากขึ้นๆค่ะ

“ชอบทุกหัวข้อที่ทำ แต่ที่ประทับใจสำหรับตัวเอง คือ หัวข้อมักคิด เพราะต้องทำซ้ำหลายครั้ง จนจำขึ้นใจในหัวข้อนี้ เวลาไปไหนมาไหน หรือคิดอะไรขึ้นมา หัวข้อนี้ก็จะขึ้นมาในหัวก่อนเลย จากคิดลบ ก็เปลี่ยนเป็นบันทึกเป็นบวก ในหัวทันทีค่ะ ได้ศึกษาจากวีดีโอที่ครูส่งมาให้ว่า ขอบ คือพื้นที่ปลอดภัย หรือ ความเคยชินในชีวิตประจำวันของเรา และการก้าวข้ามขอบพื้นที่ปลอดภัย หรือความเคยชิน เพื่อพัฒนาชีวิตต้นเองเป็นเรื่องไม่ง่ายเพราะมีอุปสรรคทางความรู้สึก นึก คิด ความกลัว หรือที่เรียกว่าจุดหวั่นไหว เกิดขึ้นทันทีที่คิดจะก้าวข้ามขอบในชีวิตประจำวันของเรา

.
“การจะก้าวข้ามขอบที่มีอยู่โดยผ่านการบันทึกสะท้อนเชิงสร้างสรรค์ และทบทวนบ่อยๆ ช่วยได้อย่างมากในการมองเห็นความรู้สึกนึกคิดลบที่เกิดขึ้น ขณะนั้น เปลี่ยนเป็นบวกได้ดีขึ้น และเป็นแรงบันดาลใจที่จะริเริ่มสิ่งใหม่ จากเรื่องเล็ก ได้ทันที การบันทึก สะท้อน และการทบทวนสม่ำเสมอ ช่วยได้อย่างมากต่อรู้เท่าทันว่าเรากำลังคิด ทำ พูดอะไรในช่วงเวลาขณะนั้น และโดยผ่านการเรียนรู้จากหัวข้อที่ครูสอน ช่วยต่อการปรับเปลี่ยนแนวความคิดจากเดิมที่เป็นลบ เปลี่ยนเป็นคิดบวกได้ เช่น มักคิด ริเริ่ม ฯ นอกจากความคิดเปลี่ยนแล้ว อารมณ์ความรู้สึกก็เปลี่ยนไปทางดีขึ้นด้วย ความสุข กำลังใจจากบันทึก เมื่ออ่านซ้ำเราก็มีกำลังใจ และเริ่มลงมือทำมากขึ้น”

.

วิภา(หมวย) อาชีพ แม่บ้าน

 

> บทเรียนและความประทับใจ “เขียนข้ามขอบ” รุ่นที่ 29 : http://bit.ly/2ZZJOTk
> อ่านรายละเอียดการอบรม “เขียนข้ามขอบ” : www.dhammaliterary.org/เขียนข้ามขอบ/
> ศึกษาชุดหลักสูตร เขียนเปลี่ยนชีวิต : www.dhammaliterary.org/เขียนเปลี่ยนชีวิต/