Phone:

Email: youngawakening@gmail.com

การอบรม “เด็กน้อยภายใน”

Recovery Of Your Inner Child

เพื่อการบ่มเพาะความรักและการเยียวยาตนเอง ในหลักสูตร เขียนเปลี่ยนชีวิต รุ่นที่ ๓๕ 

 

เริ่มการอบรม ๑๖ มีนาคม ถึง ๑๓ เมษายน ๒๕๖๒ (ทางไกล ๔ สัปดาห์)

โดยเรียนผ่านสื่อวิดีโอ แบบฝึกหัดด้วยการเขียนบันทึก และการสะท้อนแลกเปลี่ยนกับครูทางไกล มีบทเรียนมากกว่า ๓๐ หัวข้อเนื้อหาหลัก ในแบบฝึกหัดกิจกรรมระดับสี่ระดับ และมีโปรแกรม น้องบันทึก Ai แนะนำหัวข้อกิจกรรมที่ควรทำโดยวิเคราะห์จากคำตอบ

รายได้ส่วนหนึ่งสนับสนุนกิจกรรมการกุศลของสถาบันฯ อาทิ โครงการ ปัญญ์ สเปซ แหล่งเรียนรู้ออนไลน์ฟรีเพื่อทุกคน

 

ปิดรับสมัคร

รายชื่อผู้ยืนยันเข้าเรียน

เด็กน้อยภายใน (Inner Child)

 

คือ การเยียวยาและการเปลี่ยนแปลงอิทธิพลเชิงลบที่มีต่อความคิดความเชื่อในการใช้ชีวิต “จากเหตุการณ์และความรู้สึกในวัยเด็ก”  โดยให้ไถ่ถอนความรู้สึกที่ค้างคาด้วยการรับฟังอย่างลึกซึ้ง และเปลี่ยนแปลงกรอบทัศนะใหม่ให้สอดคล้องกับความเป็นจริงและเห็นคุณค่าในตนเอง  เด็กน้อยภายใน ยังเป็นการฝึกจัดการภาวะอารมณ์ความรู้สึกลบ เช่น ความโกรธ ความขี้น้อยใจ ความขี้อิจฉา เป็นต้น ซึ่งสืบเนื่องมาจากการไม่ได้รับการดูแลเอาใจใส่ด้านที่เปราะบางภายในตัวเรา

เด็กน้อยภายใน คือ การ “น้อมนำคุณสมบัติของการเป็นเด็ก ขึ้นมาใช้” ในวันวัยผู้ใหญ่ เพื่อเติมเต็มโลกทัศน์ พลัง และท่าทีชีวิต ชนิดที่วันวัยผู้ใหญ่อาจหลงลืมไปกับกรอบความรู้และกิจวัตรการงานต่างๆ คุณสมบัติของเด็กน้อยภายใน เป็นเหมือนเมล็ดพันธุ์ที่มีติดตัวทุกคนมาตั้งแต่เกิด แต่เมื่อไม่ได้น้อมนำมาใช้อย่างพอดีและอย่างบ่มเพาะให้เติบโตแล้ว ชีวิตวันวัยผู้ใหญ่ก็เหมือนชีวิตที่แข็งทื่อหรือขาดความพอดี ลึกๆ แล้วเรายังมีความต้องการนำสิ่งที่ดีในวัยเด็กออกมาใช้ แต่หากไม่รู้ทัน ไม่รู้ใช้แล้ว ผลสะท้อนออกมาอาจเป็นการกระทำที่ขาดการยั้งคิด ความเครียดสะสม การเสพติด การฉลองสังสรรค์เกินพอดี ความลุ่มหลงเมามายในชีวิต เป็นต้น

เด็กน้อยภายใน ยังเป็นการแปรเปลี่ยนท่าทีที่เรามีต่อตัวเราเองในด้านต่างๆ ซึ่งได้รับอิทธิพลจากความสัมพันธ์ของผู้ปกครองในวัยเด็ก หรือเรียกประเด็นนี้ว่า เป็น “ครอบครัวภายใน” หมายถึงความเป็นพ่อเป็นแม่เป็นผู้ปกครอง และ ความสัมพันธ์ของพวกเขาต่อเราและต่อพวกเขาเอง ล้วนมีอิทธิพลสืบเนื่องมาถึงจิตใจเราและท่าทีความสัมพันธ์ในชีวิตปัจจุบัน เราต้องย้อนมองมายังครอบครัวภายในนี้ เพราะหลายครั้งเรามีท่าทีที่ไม่เกื้อกูลตนเองและผู้อื่น เราอาจรู้สึกขัดแย้งสับสน บีบคั้นหรือปล่อยปละละเลย มีความดีงามของผู้เลี้ยงดูเราที่ส่งทอดมาถึงเราให้น้อมนำออกมาใช้ และมีด้านลบหรือข้อจำกัดที่เราได้รับอิทธิพลมาเช่นกัน เรียนรู้เพื่อปลดปล่อยตนจากข้อจำกัดที่เราแบกรับไว้อยู่ภายในจิตไร้สำนึกเสมอมาจากวัยเยาว์ เมื่อนั้นเราก็จะ “ใช้ชีวิตในปัจจุบันขณะได้อย่างเต็มเปี่ยม” และเป็นอิสระ

 

 

เป้าหมายในการอบรม

 

๑. ผู้เข้าเรียนมีความสุขและความพึงพอใจในตนเองมากขึ้น จากการยอมรับและโอบอุ้มสิ่งที่ตนเองเป็น ด้วยความรักและเมตตาต่อตนเอง และปรับเปลี่ยนท่าทีในการดูแลตนและใช้ชีวิตอย่างสมดุลขึ้น

๒. ผู้เข้าเรียนสามารถสร้างแรงบันดาลใจ ความคิดเชิงบวก และเติมเต็มความสุขให้แก่ตนเองได้ ผ่านการเขียนบันทึก

๓. ผู้เข้าเรียนนำพลังสร้างสรรค์อย่างที่มีในวัยเด็กออกมาใช้ และรู้จักศักยภาพหรือตัวตนที่ถูกทอดทิ้งไป

๔. ผู้เข้าเรียนมีความตระหนักในอิทธิพลจากวัยเด็กต่อความสัมพันธ์ในปัจจุบัน รู้เท่าทันตนเองและเกื้อกูลในความสัมพันธ์

๕. ผู้เข้าเรียนมีความรู้และความเข้าใจเกี่ยวกับความรู้ “เด็กน้อยภายใน” แง่มุมต่างๆ เพื่อนำมาใช้ในชีวิตวัยผู้ใหญ่และการช่วยเหลือผู้อื่นต่อไป

รูปแบบการเรียนกึ่งออนไลน์

 

การเรียนผ่านทางไกล ผ่านสื่อเว็บไซต์ วิดีทัศน์ กิจกรรมบันทึก และการให้คำปรึกษาจากครูทางอีเมล์  เน้นการเรียนรู้ผ่านการลงมือทำจริง ในชีวิตจริงนอกห้องเรียน โดยมีหัวข้อกิจกรรมแบบฝึกหัดและบทเรียนมากกว่า ๓๐ หัวข้อ  มีเวลาเรียน ๔ สัปดาห์ตามที่กำหนด ผู้เรียนสามารถลงมือทำผ่านกิจกรรมบันทึก ตามขั้นตอนแต่ละแบบฝึกหัด มากกี่ครั้งก็ได้  โดยจะต้องลงมือทำและส่งหลังบันทึกอย่างน้อย ๗ ครั้งจึงผ่านการอบรมภายในระยะเวลาที่กำหนด และมีเครื่องมือพิเศษ อาทิ โปรแกรม น้องบันทึก Ai แนะนำหัวข้อกิจกรรมที่ควรทำโดยวิเคราะห์จากคำตอบ

การเรียนรู้ลักษณะนี้ทำให้ผู้เรียนลงลึกและฝึกฝนตนเองมากและลึกกว่าในห้องเรียน ซึ่งมีเวลาจำกัด โดยการอบรม กึ่งออนไลน์ เป็นรูปแบบเฉพาะของ ครูโอเล่ และทีมงาน สถาบันธรรมวรรณศิลป์ เท่านั้น 

ประโยชน์และรูปแบบการเรียนกึ่งออนไลน์ สามารถศึกษาเพิ่มเติม : www.dhammaliterary.org/คอร์สกึ่งออนไลน์

 

 

การอบรมกึ่งออนไลน์ ดีอย่างไร

 

  • ผู้เรียนกำหนดเนื้อหาด้วยตนเอง ผ่านการเลือกหัวข้อและการคุยแลกเปลี่ยนกับครู ซึ่งดูแลรายบุคคลมากกว่าในห้อง
  • มีระยะเวลาในการเรียนมากกว่า ถึง ๔ สัปดาห์ ซึ่งผู้เรียนสามารถเลือกได้ว่าในช่วงเวลาที่กำหนดจะลงมือทำมากน้อยเท่าไร เพียง ๗ หัวข้อขึ้นไปจึงผ่านการอบรม
  • มีหัวข้อเนื้อหามากกว่า ๓๐ หัวข้อ โดยแบ่งออกเป็น ๓ ระดับ
  • เป็นส่วนตัว แลกเปลี่ยนกับกลุ่มเฉพาะเนื้อหาสำคัญ มีเวลาในการบันทึกไม่ต้องรีบเร่งทำเสร็จพร้อมกัน
  • ผสมผสานข้อดีของการเรียนในห้องและการเรียนแบบออนไลน์ ลงลึกได้มากกว่าการเรียนออนไลน์ผ่านวิดีโอธรรมดา และมากกว่าในห้องที่มีเวลาจำกัด
  • ผู้เรียนเกิดการเปลี่ยนแปลงจริง ผ่านการลงมือทำจริง ในชีวิตจริง ไม่ใช่ความรู้สึกดีขึ้นชั่วครั้งชั่วคราว
  • มีบทเรียนและการสะท้อนตนเองจากผู้เรียนแบบกึ่งออนไลน์ที่ผ่านมาเป็นจำนวนมาก ซึ่งการอบรมรูปแบบนี้เป็นเอกลักษณ์เฉพาะสถาบันฯ
  • มีค่าใช้จ่ายถูกกว่าเมื่อเทียบเวลาเรียนกับการอบรมในห้องและการให้คำปรึกษาในแนวทางเดียวกันต่อชั่วโมง

หัวข้อเนื้อหาอบรม

 

การอบรมกึ่งออนไลน์จะเน้นลงมือปฏิบัติเฉพาะบุคคล โดยการอ่านใบความรู้ ชมวิดีทัศน์ และเขียนบันทึกตามแบบฝึกหัด ก่อนแลกเปลี่ยนสะท้อนกับครู มีกิจกรรมการเขียนให้ผู้เรียนได้ลงมือทำ มากกว่า ๓๐ หัวข้อ โดยแบ่งออกเป็น ๓ หมวดหมู่ ดังนี้

ติดปีกให้หัวใจ” : ปลดปล่อยพลังและความสร้างสรรค์จากเด็กน้อยภายใน

“เป็นหมอให้ตัวเอง” : ดูแลปมและความรู้สึกจากวัยเด็กด้วยตัวเอง

“บ้านในตัวฉัน” : ค้นพบตัวเองและให้ความรักผ่านพ่อแม่และครอบครัวที่อยู่ในตัวตน

 

เวลาในการอบรม

 

เริ่มการอบรมกึ่งออนไลน์ ๑๖ มีนาคม ถึง ๑๓ เมษายน ๒๕๖๒ (๔ สัปดาห์) ทางอีเมล์และเว็บไซต์ที่กำหนด

ผ่านเว็บไซต์เข้าเรียน วิดีโอสื่อ และแบบฝึดหัดกิจกรรมบันทึกกว่า ๓๐ หัวข้อ ติดต่อแลกเปลี่ยนกับครูทางอีเมล์ และเว็บไซต์เข้าเรียน

อุปกรณ์ที่ต้องใช้ในการอบรม

 

  • สมุดบันทึก ขนาดไม่น้อยกว่า ๗ นิ้ว (วัดทะแยงมุม) ขึ้นไป โดยประมาณ
  • ปากกา และ สีเทียน (ใช้กล่องเล็ก ราคาย่อมเยาว์ได้)
  • อุปกรณ์เปิดอีเมล์ และ เว็บไซต์

 

 

ค่าใช้จ่าย

 

ค่าใช้จ่ายในการอบรม จำนวน ๑,๙๐๐ บาท ถ้วน (เฉลี่ยวันละไม่ถึง ๗๐ บาท) หลังจากกรอกใบสมัครแล้วให้โอนค่าใช้จ่ายตามรายละเอียดในใบสมัคร

ค่าลงทะเบียนในการอบรมรอบนี้ เมื่อหักค่าใช้จ่ายและค่าวิทยากรแล้ว นำไปใช้ในโครงการเพื่อการกุศล ดังนี้

๑ ) โครงการ ปัญญ์ สเปซ แหล่งเรียนรู้ออนไลน์ฟรีเพื่อทุกคน

๒ ) โครงการ ตู้หนังสือเพื่อเด็กยากไร้และชุมชน ประจำปี ๒๕๖๒

โดยสถาบันฯ ไม่รับเงินทุนสนับสนุนจากองค์กรใดแต่ใช้ทุนส่วนตัวของครูโอเล่และรายได้จากการอบรมทั้งสิ้น

อ่านรายละเอียด กิจกรรมโครงการเพื่อการกุศล ได้ที่ www.dhammaliterary.org/โครงการเพื่อการกุศล/

ตัวอย่างบทเรียนและการเปลี่ยนแปลงของผู้เรียน

 

“รู้สึกชอบแนวสอนแบบนี้ มีความน่าสนใจ เหมือนทำให้การเขียนเป็นศิลปะ ให้ผู้เขียนกลับไปดูภายในตัวเองแล้วถ่ายทอดออกมาโดยการวาดรูปและเขียนโดยไม่เน้นความสวยหรือรูปแบบ ทำให้เขียนออกมาจากใจจริงๆ ชอบหัวข้อ นักฝัน ทั้งโลกแย้มยิ้มกับฉัน และภาพถ่ายครอบครัว ประโยชน์จากการเขียนนี้ทำให้ได้กลับมามองความคิดของตัวเอง ได้เห็นตัวเองในวัยเด็ก ได้ย้อนและยิ้มในวัยเยาว์ ได้กลับไประลึกถึงความใฝ่ฝัน ความหวัง ความสุข สิ่งที่ชอบ ทำให้คิดว่าเราสามารถนำไปปรับใช้กับชีวิตได้ต่อไป เพื่อช่วยเหลือตนเองและผู้อื่นอย่างเชื่อมั่นและยึดทางสายกลางค่ะ

“ความรักความปรารถนาดีคือพลังที่ยิ่งใหญ่สามารถทำให้เกิดสิ่งดีดีในโลกนี้ ฉันตั้งใจว่าจะทำสิ่งใดๆด้วยความรัก ไปอยู่กับลูกหลานก็จะเลี้ยงหลานด้วยความรัก ด้วยความยินดี ด้วยความสุข จะสอนภาษาไทย จะสอนให้เป็นคนดีมีศีลธรรมประจำใจ”

คุณณัฐวรา (แก้ว) อาชีพ แม่บ้าน

 

“รู้สึกแปลกใจ ประหลาดใจ หรือเรียกได้ว่ามหัศจรรย์ในใจค่ะ ว่าการเขียนสามารถทำให้เราตอบปัญหา ตอบคำถามเรื่องราวต่างๆ ทั้งที่ผ่านมาแล้วและที่กำลังเกิดขึ้นอยู่ในปัจจุบันได้ แค่ทำตาม แค่เปิดใจ แค่เขียนไม่หยุดปากกา แค่นั้นจริงๆ ประทับใจครูโอเล่ค่ะ แม้เป็นแค่การอบรมออนไลน์ แต่ครูโอเล่เหมือนเข้ามาอยู่ด้วยตอนทำกิจกรรม และกรุณาให้คำแนะนำมาตลอด ขอบคุณค่ะ หลังอบรมทำให้รู้ว่าแหล่งพลังงานยิ่งใหญ่อยู่ในตัวเรานี้เองค่ะ ไม่ต้องไปหาที่ไหนไกลเลย

“การได้กลับมาหาเด็กน้อยภายในทำให้เราเห็นค่ะว่า เด็กน้อยคนนั้นเก่งแค่ไหน เด็กน้อยคนนั้นอดทนแค่ไหน เด็กน้อยคนนั้นสดใสแค่ไหน เด็กน้อยคนนั้นมีพลังมากมายแค่ไหน และเด็กน้อยคนนั้นยังอยู่ในตัวเรานี้เอง ไม่เคยไปไหน แค่รอเรากลับมาหา กลับมาพาเค้ามากับเราด้วย เด็กน้อยคนนั้นทำให้กลับมารัก กลับมาเห็นคุณค่าในตัวเอง กลับมากล้าที่จะปฏิเสธมากขึ้นเพราะไม่ต้องกลัวว่าใครจะไม่ยอมรับ กลับมายอมรับตัวเองแบบที่ตัวเองเป็น แบบที่เด็กน้อยคนนั้นเคยเป็นค่ะ …ตั้งใจกลับมาพูดคุย กลับมาสอบถาม กลับมาดูแลความรู้สึกนึกคิดของตัวเองอย่างที่เป็นตัวเองจริงๆ ไม่ใช่เพราะคนอื่นอยากให้เป็นแบบที่ผ่านมา เพราะรู้แล้วว่าที่ผ่านมาการเป็นคนอื่นเพื่อให้คนอื่นที่ไม่ใช่ตัวเองพอใจ มันอาจดี แต่มันก็ทรมานและส่งผลเสียในระยะยาวแบบที่เป็นมา เพราะท้ายที่สุดไม่ใช่แค่เขาไม่ยอมรับเรา แต่เราเองตางหากที่ไม่ยอมรับเราอย่างที่เราเป็นจริงๆ ตั้งแต่แรก ทำให้คนอื่นก็ไม่ยอมรับ และอยากให้เราเป็นอย่างที่ไม่ใช่เรา แม้จะดีในความรู้สึก แต่ลึกๆ ทำให้เราเกลียดตัวเองไปเรื่อยๆ ตางหาก จะให้ใครยอมรับ เราต้องยอมรับเราให้ได้ก่อน เราต้องเห็นเรามีคุณค่าในตัวเองให้ได้ก่อน และเมื่อนั้นคนอื่นๆ ก็จะเห็นในคุณค่าของเราอย่างแท้จริง ไม่ใช่ภาพลวงตา ”

คุณนภาพร (ปุ้ย) อาชีพ รับราชการ

 

“ประทับใจความใส่ใจในรายละเอียดของครูที่อ่านและวิเคราะห์สิ่งที่เราบันทึกไว้อย่างจริงจังและจริงใจ สะท้อนผู้บันทึกอย่างให้กำลังใจและมองในความเป็นจริง

“รู้สึกว่า เห็นปมปัญหาที่เป็นรูปธรรมมากขึ้น ในตอนแรกคิดว่ามันเป็นปมที่เกิดจากการทบทวนตัวเอง แต่เมื่อได้เขียนอย่างไม่หยุดปากกา หรือได้วาดรูป หรือได้ย้อนกลับไปเป็นเด็กผ่านจินตนาการ หรือการเขียนด้วยมือข้างที่ไม่ถนัด ทำให้เรารู้สึกถึงพลังภายในของตัวเองที่มันยังมีอยู่ ได้ชื่นชมเด็กน้อยภายในที่ซ่อนอยู่ เป็นกำลังใจให้เราอยู่กับปมปัญหาของตัวเองได้อย่างสบายใจมากขึ้น พอมองย้อนกลับไปดูปมปัญหาของตัวเองที่ตั้งไว้แต่แรก เหมือนว่ามันจะไม่ได้เป็นเรื่องใหญ่อย่างที่รู้สึกก่อนเริ่มอบรมเลยด้วยซ้ำ ”

คุณธนีดา (กุ๊ก) อาชีพ ฟรีแลนซ์

 

“ผมไม่เคยอบรมในลักษณะแบบนี้ มาก่อนครับไม่ใช้แค่อ่าน หรือฟังการอบรมแบบทั่วไป แต่การเขียนมันทำให้เราสือสารกับตัวเราได้ดีมากครับ จริงแล้วผมเขียนบันทึกหลายหัวข้อแต่ไม่ได้ส่งครู มันทำให้ผมได้คุยกับตัวเองมากขึ้น อยู่กับตัวเอง ได้รู้จักตัวเองมากขึ้น โดยเฉพาะการถามตอบกับเด็กน้อยภายใน ต้องขอขอบคุณ คุณครูมากครับ

“การอบรมทำให้เราเข้าถึงตัวตน ที่แท้จริงภายในตัวเรามากขึ้น ทำให้รู้จักการแก้ปัญหาเวลาเราเกิดความรู้สึกต่างๆที่ไม่ดีเข้ามาโดยการถามตอบสื่อสารกับเด็กน้อยภายใน ถึงความรู้สึกขณะนั้นว่าเกิดอะไรขึ้น และควรจะทำอย่างไร หลายข้อคิดที่เราเขียนขึ้นมาแล้วมาอ่านทบทวนดู มันคือความต้องการของเรา มันคือความรู้สึกของเรา ที่เราปล่อยปละละเลยไม่เคยดูแล ความรู้สึกของตัวเอง คือเด็กน้อยภายในที่อยู่กับเรามาตลอด “

คุณทรงสวัสดิ์ (หลาย) อาชีพ ค้าขาย

การเรียนจบหลักสูตร

 

บันทึกและส่งแลกเปลี่ยนตามแแบบฟอร์มจำนวน ๗ ครั้งขึ้นไป ภายในระยะเวลา ๔ สัปดาห์ และสรุปการอบรมทบทวนตนเอง โดยไม่มีสิ่งใดที่ครูแนะนำให้ปรับแก้ไข จึงถือว่าผ่านการอบรม โดยมีหัวข้อพื้นฐานกับเนื้อหาหลักให้บันทึกและทบทวนตนเอง จำนวน ๓๐ หัวข้อ และกิจกรรมเสริม

โดยผู้ผ่านการอบรมทุกคน จะได้รับใบประกาศ พร้อมด้วยดีวิดีรวมวิดีโอกิจกรรมบันทึก และรายละเอียดกิจกรรมเสริม ซึ่งไม่จัดจำหน่ายแต่มอบให้แก่ผู้ผ่านการอบรมนำไปฝึกฝนปฏิบัติตนเองต่อเท่านั้น แล้วสามารถเข้าร่วมเรียนในหัวข้อ “เด็กน้อยภายใน” รอบต่อไปเพื่อเรียนซ้ำหรือลงลึกกับครูได้โดยบริจาคตามความสะดวก

 

 

เงื่อนไขและข้อตกลง

 

ผู้สมัครมีความตั้งใจร่วมกิจกรรมการอบรมอย่างเต็มที่ โดยได้อ่านรายละเอียดและพร้อมมีส่วนร่วมในขั้นตอนต่างๆ หากมีพฤติกรรมหรือการกระทำที่ส่งผลเสียต่อผู้สอนหรือกลุ่มผู้เรียน ทางโครงการหรือผู้สอนจะพิจารณาให้ออกจากการอบรมโดยไม่มีการชดเชย

ค่าใช้จ่ายนั้นให้เป็นไปตามกำลังทรัพย์และความเหมาะสมเพื่อสนับสนุนโครงการและผู้เรียนท่านอื่น ๆ หากไม่สะดวกชำระเต็มจำนวนที่ระบุ หรือมีความจำเป็นต้องจ่ายทีหลังให้แจ้งทางโครงการพร้อมเหตุผลที่ชัดเจนเมื่อสมัคร โดยจะไม่มีการคืนเงินหรือยกเลิกไม่ว่ากรณีใด

 

วิทยากร

 

ครูโอเล่ อนุรักษ์ เม่นหรุ่ม C.Ht

ผู้อำนวยการสถาบันธรรมวรรณศิลป์ ผู้สอนหลักสูตร “เขียนเปลี่ยนชีวิต” ผ่านหลายหัวข้อชุดอบรม และ หลักสูตรอื่นๆ อาทิ “ห้องเรียน พลังแห่งจิต” “เด็กน้อยภายใน” “ห้องเรียน นักกล้าฝัน” แก่บุคคลหลากหลายอาชีพ ทั้งในการอบรมแบบเปิดและการอบรมในกลุ่มเฉพาะตามรับเชิญ

มีความถนัดด้านการให้คำปรึกษา การพัฒนากระบวนการคิด และการบำบัดเยียวยา

ผู้เขียนคอลัมน์ออนไลน์ “ไกด์โลกจิต” และผู้ร่วมศึกษาการเขียนเพื่อส่งเสริมสุขภาวะผู้ต้องขังที่ติดเชื้อ HIV

Advanced Hypnotherapy Training Course , Certified Hypnotherapist ( C.Ht )

Intermediate NLP Training Course

Past Life Regression Therapy Training Course

Acting Your Inner Music

Awakening Leadership and Training of Trainer (Process Work Course 3)

Voice Dialogue Foundation

ติดต่อสอบถาม

dhammaliterary@gmail.com

เบอร์โทรศัพท์ 063 624 9887 (ผู้ประสานงาน)

facebook.com/khianpianchiwit

 

 

บทเรียนจากการอบรม “เด็กน้อยภายใน”

www.dhammaliterary.org/บทเรียน-เด็กน้อยภายใน/