Phone:

Email: youngawakening@gmail.com

“เขียนภาวนา : เขียนเพื่อกำกับใจ”

Meditation  Writing Course

บ่มเพาะสมาธิ ขัดเกลาอัตตา ในหลักสูตร เขียนเปลี่ยนชีวิต รุ่นที่ ๓๖

 

การอบรมเริ่ม วันที่ ๑๒ พฤษภาคม – ๙ มิถุนายน ๒๕๖๒  (ทางไกล ๔ สัปดาห์)

โดยเรียนผ่านสื่อวิดีโอ แบบฝึกหัดด้วยการเขียนบันทึก และการสะท้อนแลกเปลี่ยนกับครูทางไกล มีบทเรียนมากกว่า ๓๐ หัวข้อเนื้อหาหลัก และมีโปรแกรม น้องบันทึก Ai แนะนำหัวข้อกิจกรรมที่ควรทำโดยวิเคราะห์จากคำตอบ

รายได้เพื่อสนับสนุนโครงการ ตู้หนังสือเพื่อเด็กยากไร้และชุมชน และโครงการกุศลอื่นๆ ของสถาบันฯ

 

กรอกใบสมัคร

“ใช้ชีวิต ช้าลง ด้วยการเขียน
ผ่านศิลปะการเขียน หนึ่งลมหายใจ
รู้หยุด รู้วาง รู้เริ่มใหม่
กำกับใจ เขียนภาวนา ใคร่ครวญธรรม
ผ่อนเบาสิ่งบีบคั้น รู้ทันความอยากใคร่
สมาธิผ่านอักษร สลักใจเติบใหญ่
ไม่เน้นเขียนให้ดี ไม่เน้นเขียนให้เก่ง
เขียนให้ใจขัดเกลา ทิฐิอัตตา”

 

หลักสูตรการเขียนเพื่อการขัดเกลาจิตใจด้วยหลักธรรมและการภาวนา เขียนเพื่อบ่มเพาะจิตใจ ฝึกฝนเท่าทันการยึดติด เขียนด้วยลมหายใจ ย้อนมองกลไกในจิตตนผ่านอักษร อีกทั้งยังมุ่งหมายบ่มเพาะความดีงามในหัวใจด้วยการน้อมนำคุณธรรมที่อยู่ในตนผ่านกระบวนการบันทึก ผู้เรียนจะได้เรียนรู้การใช้การเขียนเพื่อต่อยอดจากการภาวนาและการส่งเสริมการปฏิบัติธรรม โดยไม่จำเป็นต้องมีพื้นฐานการภาวนาหรือความสนใจการปฏิบัติธรรมมาก่อน

การเขียนลักษณะนี้ไม่ใช่การเขียนผลงาน แต่เป็นการเขียนเพื่อกลับมาสื่อสารกับตน เพื่อรู้เท่าทันตน เพื่อประสานหัวใจ ปัญญา ร่างกาย และลมหายใจ  ส่งเสริมการทำสมาธิภาวนา ความสงบของหัวใจ บ่มปัญญาเกื้อกูลชีวิตในมิติทางโลกและทางธรรม ด้วยศิลปะการเขียนหนึ่งลมหายใจ

 

 

⭐ ที่มาและหลักการ

 

การเขียนในหลักสูตร “เขียนเปลี่ยนชีวิต” เน้นการเขียนเพื่อบ่มเพาะตนเอง พัฒนาตนและเปลี่ยนแปลงชีวิตตัวเอง  ไม่เน้นการเขียนดี เขียนเก่ง หรือสร้างสรรค์ผลงานเพื่อคนอื่น เหมือนการอบรมการเขียนทั่วไป  แต่เน้นบ่มเพาะจิตใจผู้เขียนบันทึกเองในด้านต่างๆ  เพื่อความสุขแท้จริงของชีวิตในธรรมของทุกศาสนา โดยผ่านอุบายหรือเทคนิควิธีการเชิงกระบวนการทางจิตวิทยาที่แตกต่างกันไปในแต่ละหัวข้อหลักสูตร ซึ่งแบ่งเนื้อหาและจุดมุ่งหมายในการฝึกเขียนแต่ละครั้ง ออกเป็น “เขียนค้นตน” เน้นการเขียนเพื่อสื่อสารกับตนและเข้าใจตัวเอง , “เขียนเยียวยา” เน้นการเขียนเพื่อเยียวยาหัวใจตนเองและบ่มเพาะความสุขในชีวิต , “เขียนข้ามขอบ” เน้นการเขียนเพื่อก้าวข้ามความคิดและขอบที่จำกัดหัวใจ และหัวข้อ “เขียนภาวนา” ซึ่งเป็นการอบรมในที่นี้

หัวข้อการอบรม “เขียนภาวนา”  เป็นหนึ่งในสี่หัวข้อของหลักสูตร เขียนเปลี่ยนชีวิต มุ่งเน้นการเจริญสมาธิและปัญญาเพื่อการหลุดพ้นจากความทุกข์และมีความสุขอย่างแท้จริงในธรรม ผ่านศิลปะการเขียนหนึ่งลมหายใจ ใคร่ครวญธรรม ขัดเกลาการยึดติดและความอยากของจิต เพื่อเห็นชีวิตและธรรมตามธรรมชาติ มิใช่โดยทิฐิมานะของตน

 

🗨 คาถาหัวใจสำคัญ

 

การเขียนภาวนานั้นจะเชื้อชวนให้เราเขียนบันทึกและภาวนา โดยอยู่บนพื้นฐานของคาถาหรือกระบวนการสำคัญ ดังนี้

 

” รู้อยู่กับการกระทำ
กำกับจิตไปตามรู้
พิจารณาด้วยจิตใจ
ละวางสิ่งยึดมั่น “

 

 

 

 

🖋 เป้าหมายของการฝึกอบรม

 

๑ พัฒนาสติและสมาธิในชีวิตประจำวัน รู้กำกับใจตัวเองได้ผ่านการเขียนบันทึก

๒ ฝึกศิลปะการเขียนหนึ่งลมหายใจ ยับยั้งความคิดและความอยาก อยู่กับปัจจุบันอย่างเปิดกว้าง

๓ ฝึกผ่อนเบา ปล่อยวาง พัฒนาสมดุลของจิตและกาย ขัดเกลาการเอาตนเองเป็นศูนย์กลาง

๔ ใคร่ครวญพิจารณาความจริง / ธรรม ของชีวิต ผ่านการเขียนเพื่อบ่มเพาะผู้เขียน

๕ พัฒนาองค์ประกอบของการตื่นรู้ ทั้ง ๗ ประการ เพื่อความสุขแท้จริง

๖ คลี่คลายและเห็นหนทางออกของความทุกข์ ในด้านความยึดติดและการบีบคั้นตัวเอง

๗ ประสานสมาธิ ลมหายใจ และการเขียน รวมทั้งร่างกาย จิตใจ และปัญญาอย่างสมดุล

 

🔍 รูปแบบการเรียนกึ่งออนไลน์

 

การเรียนผ่านทางไกล ผ่านสื่อเว็บไซต์ วิดีทัศน์ กิจกรรมบันทึก และการให้คำปรึกษาจากครูทางอีเมล์  เน้นการเรียนรู้ผ่านการลงมือทำจริง ในชีวิตจริงนอกห้องเรียน โดยมีหัวข้อกิจกรรมแบบฝึกหัดและบทเรียนมากกว่า ๓๐ หัวข้อ  มีเวลาเรียน ๔ สัปดาห์ตามที่กำหนด ผู้เรียนสามารถลงมือทำผ่านกิจกรรมบันทึก ตามขั้นตอนแต่ละแบบฝึกหัด มากกี่ครั้งก็ได้  โดยจะต้องลงมือทำและส่งหลังบันทึกอย่างน้อย ๗ ครั้งจึงผ่านการอบรม

การเรียนรู้ลักษณะนี้ทำให้ผู้เรียนลงลึกและฝึกฝนตนเองมากและลึกกว่าในห้องเรียน ซึ่งมีเวลาจำกัด โดยการอบรม กึ่งออนไลน์ เป็นรูปแบบเฉพาะของ ครูโอเล่ และทีมงาน สถาบันธรรมวรรณศิลป์ เท่านั้น

 

 

📜 หัวข้อเนื้อหาหลักอบรมกึ่งออนไลน์

 

การอบรมกึ่งออนไลน์จะเน้นลงมือปฏิบัติเฉพาะบุคคล โดยการอ่านใบความรู้ ชมวิดีทัศน์ และเขียนบันทึกตามแบบฝึกหัด ก่อนแลกเปลี่ยนสะท้อนกับครู ทุกกิจกรรมจะมีเทคนิคหลักคือ ศิลปะการเขียนหนึ่งลมหายใจ ผ่านการประสานลมหายใจ มือ ร่างกาย และปัญญา ซึ่งแบ่งเป็น ๓ หมวดหมู่ ดังนี้

หมวดหมู่ ประตูธรรมรับรู้

เขียนภาวนาจากอายตนะ เล่นล้อต่อมุมมองและการรับรู้ เริ่มต้นจากการภาวนากับกายและบันทึกตามกระบวนการ

หมวดหมู่ กวีธรรมคำนึง

เขียนภาวนาจากบทกวีลายธรรม อ่านตรึกด้วยลายจิต เขียนลายมือสู่การใคร่ครวญชีวิต

หมวดหมู่ โลกธรรมสัญจร

เขียนจากหัวข้อนามธรรม ใช้การจินตภาพและใคร่ครวญ เดินทางสู่โลกภายในผ่านประเด็นทางโลกสู่ธรรม

🙋‍ ตัวอย่างบทเรียนและการเปลี่ยนแปลงของผู้เรียน

 

“ในขณะเขียนภาวนาได้ฝึกการมองกลับมาภายในใจภายในกายตนเองอย่างแท้จริง ได้ฝึกรู้ลมหายใจ ได้ฝึกการขัดใจตนเองไม่ไหลไปตามความอยากของใจ ได้ขัดเกลากิเลสในตนเอง ฝึกการอยู่กับปัจจุบันขณะ ฝึกดูการทำงานของกายใจอย่างที่เค้าเป็น ได้ฝึกมองจุดแข็งจุดอ่อนของตนเอง จะนำจุดอ่อนที่ค้นพบในตนเองจะยอมรับอย่างอ่อนโยน ปรับและพัฒนาตนเอง จะนำจุดแข็งที่ค้นพบเร่งเพียรพัฒนาศักยภาพตนเองให้เข้มแข็งยิ่งขึ้นและเดินไปข้างหน้าอย่างตั้งมั่นเพื่อเยียวยาตนเองและผู้อื่นให้ถึงที่สุดและทำให้ดีที่สุดที่จะทำได้ต่อไปคะ จะนำความรู้ที่ครูโอเล่สอนมาตลอดส่งต่อเยียวยาผู้อื่นให้กลับมีรอยยิ้มต่อไปเช่นกันคะ

“ควรค่ารัก เป็นหัวข้อที่พลิกชีวิตเป็นจุดเปลี่ยนชีวิตเลยคะทำให้พบต้นตอจุดอ่อนในตัวเองที่ไม่เคยและไม่เคยรู้ว่าเรายึดมันไว้ ครูแนะนำให้ทำหัวข้อนี้จึงทำให้พบจุดอ่อนจุดแข็งในตนเองที่แท้จริงในตัวเราทำให้เกิดความมั่นใจในตนเองมากขึ้นและเห็นคุณค่าในตนเองที่มีอยู่มากมายแต่ไม่เคยทราบว่ามีในตนเอง รู้สึกประทับใจและอยากขอบพระคุณครูโอเล่ที่ครูโอเล่คอยชี้แนะคอยสอนและให้กำลังใจมาตลอดการอบรม ในระหว่างการอบรมได้พบต้นตอของปัญหาที่รู้สึกว่ามีบางสิ่งที่คอยบั่นทอนในจิตใจอยู่ลึกๆที่คอยทำให้อาการป่วยทางกายกำเริบอยู่เรื่อยๆอย่างไม่มีเหตุผลและเห็นจิตที่พยายามค้นหาสาเหตุมาตลอดและได้มาพบต้นเหตุเพราะครูโอเล่ชี้แนะให้เขียนภาวนาหัวข้อ “ควรค่ารัก” ทำให้ค้นพบจุดอ่อนในตนเองตั้งแต่วัยเด็กที่ลืมไปแล้วได้เห็นจุดอ่อนในตนเองชัดเจนขึ้นทำให้ทราบต้นตอปัญหาและในระหว่างภาวนาต้องใช้ความเข้มแข็งของใจมากคะครูให้คิดย้อนอดีตที่ไม่อยากคิดถึงแต่การอบรมในครั้งนี้เหมือนเป็นการกรีดปากแผลที่แห้งแล้วแต่ข้างใต้ยังเป็นแผลที่เป็นหนองที่เต้นอยู่และใช้การเขียนภาวนาเข้าไปรักษาเยียวยาแผลหนองให้หายสนิทอย่างแท้จริงด้วยตนเองดังนั่นในระหว่างอบรมจิตใจจึงขุ่นมัวมากเพราะเหมือนเราคนตะกอนขึ้นมาเราต้องเข้มแข็งเพื่ออดทนดูกายดูใจเค้าทำงานดังนั่นใจจะเกิดการกระเพื่อมอย่างรุนแรงส่งผลถึงอาการทางกายโรคประจำตัวกำเริบทำให้ป่วยหนักมากในระหว่างอบรมแต่ด้วยคำสอนที่ครูคอยให้กำลังใจ จึงทำให้อดทนสู้ดูการทำงานของกายใจอย่างไม่ปรุงแต่งและทำให้เขียนภาวนาได้ต่อเป็นช่วงๆ และเห็นจิตที่เข้าใจและก้าวข้ามจุดที่เรากลัวและทำให้ป่วยมาตลอดได้ วันนี้ครูโอเล่ทำให้ชีวิตหนูเปลี่ยนไปจากเดิมอย่างมากการอบรมครั้งนี้ทำให้เกิดความเข้าใจในตนเองที่ชัดเจนขึ้นและเห็นการก้าวข้ามความกลัวการทำงานของใจที่คอยหนีคอยป้องกันตนเองที่ซ่อนอยู่ในจิตใจของเรามาตลอดแต่ด้วยความไม่รู้ไม่เข้าใจการทำงานของจิตใต้สำนึกและสมองจึงส่งผลให้เจ็บป่วยทางกายตลอดเวลาที่ผ่านมา แต่ในวันนี้เมื่อเกิดความเข้าใจและรู้ทันการทำงานของใจที่คอยจะหนีทุกข์คอยสร้างกำแพงหลบปกป้องตัวเองของใจของกายนี้ ตอนนี้ทำให้ชีวิตเปลี่ยนไปและได้พบความสุขที่ลึกละเอียดได้มากขึ้นในตนเอง…ขอบพระคุณคะครูโอเล่”

คุณสิริลดา (แม่ชีดา)

 

“ก่อนอบรมรู้สึกสงสัยว่าการเขียนภาวนาคืออะไร..การเขียนจะทำให้เกิดการภาวนาได้หรือ แต่หลังจากอบรมแล้วทำให้ทราบว่าแม้แต่กิจกรรมการเขียนก็สามารถทำให้ใจของเราสงบได้ เข้าอบรมแล้วได้ฝึกการทำงานทีละอย่าง ฝึกการตามลมหายใจขณะนั่ง ฝึกเขียนช้าลงตามการหายใจออก อก และฝึกใจให้อยู่กับปัจจุบันไม่กังวลกับสิ่งที่ยังไม่เกิดและเศร้าใจกับอดีตที่ผ่านไปแล้ว จิตใจและอารมณ์มีความผ่องใสมากขึ้น ความเศร้าที่เกิดจากความกังวลสิ่งที่ยังไม่เกิดลดน้อยลง ทำให้ชีวิตน่าอยู่มากขึ้น”

คุณกรรัตน์ (โก) อาชีพ พยาบาล

 

“รู้สึกสุขใจ มีอารมณ์นิ่งสงบลง หลักการอบรม ตลอดเวลาการอบรมแม้จะทิ้งช่วงเวลาหายไป ไม่ต่อเนื่อง ครูโอเล่ก็ให้โอกาสและกำลังใน ยินดีกับการเริ่มต้นของดิฉันเสมอ ชอบหัวข้อ “อารมณ์แห่งใจ” “ฝนอิฐเป็นกระจกเงา” และ “ภาระความรู้” ในการเขียนภาวนา ทำให้เราเข้าใจ ได้ฟังลมหายใจ ร่างกายตัวเอง กลับมาสะท้อนย้อนคิดตัวตน รู้สึกรักและยินดีกลับการได้มีและใช้ชีวิตอยู่มากขึ้น เข้าใจความจริงของชีวิตเราในจักรวาล ผ่อนคลายกับความรู้สึกที่เคยอึดอัด ไม่เข้าใจในตัวเอง

“การกลับมาที่ลมหายใจ เข้า ออก ทำให้เรารู้ยั้งความคิดและการกระทำตนจากการปะทะกับปัจจัยที่ทำให้เกิดอารมณ์ต่างๆ ขึ้น ละวางการยึดในตัวตนให้ความสำคัญและเข้าใจคนอื่นว่าแท้จริงเรามีความแตกต่าง ถูกจักรวาลสร้างมาให้ต่างกันไป เขาเป็นเขา เราเป็นเรา”

คุณริยา (ป้อม) อาชีพ ครู/คนกลางไกล่เกลี่ยคดีครอบครัว

👍 การอบรมกึ่งออนไลน์ ดีอย่างไร

 

  • ผู้เรียนกำหนดเนื้อหาด้วยตนเอง ผ่านการเลือกหัวข้อและการคุยแลกเปลี่ยนกับครู ซึ่งดูแลรายบุคคลมากกว่าในห้อง
  • มีระยะเวลาในการเรียนมากกว่า ถึง ๔ สัปดาห์ ซึ่งผู้เรียนสามารถเลือกได้ว่าในช่วงเวลาที่กำหนดจะลงมือทำมากน้อยเท่าไร เพียง ๗ หัวข้อขึ้นไปจึงผ่านการอบรม
  • มีหัวข้อเนื้อหามากกว่า ๓๐ หัวข้อ โดยแบ่งออกเป็น ๓ ระดับ
  • เป็นส่วนตัว แลกเปลี่ยนกับกลุ่มเฉพาะเนื้อหาสำคัญ มีเวลาในการบันทึกไม่ต้องรีบเร่งทำเสร็จพร้อมกัน
  • ผสมผสานข้อดีของการเรียนในห้องและการเรียนแบบออนไลน์ ลงลึกได้มากกว่าการเรียนออนไลน์ผ่านวิดีโอธรรมดา และมากกว่าในห้องที่มีเวลาจำกัด
  • ผู้เรียนเกิดการเปลี่ยนแปลงจริง ผ่านการลงมือทำจริง ในชีวิตจริง ไม่ใช่ความรู้สึกดีขึ้นชั่วครั้งชั่วคราว
  • มีบทเรียนและการสะท้อนตนเองจากผู้เรียนแบบกึ่งออนไลน์ที่ผ่านมาเป็นจำนวนมาก ซึ่งการอบรมรูปแบบนี้เป็นเอกลักษณ์เฉพาะสถาบันฯ
  • มีค่าใช้จ่ายถูกกว่าเมื่อเทียบเวลาเรียนกับการอบรมในห้องและการให้คำปรึกษาในแนวทางเดียวกันต่อชั่วโมง

 

⌚ เวลาในการอบรม

 

รูปแบบ กึ่งออนไลน์  การอบรมเริ่ม ๑๒ พฤษภาคม – ๙ มิถุนายน ๒๕๖๒ (กึ่งออนไลน์ ๔ สัปดาห์)

ผ่านเว็บไซต์เข้าเรียน วิดีโอสื่อ และแบบฝึดหัดกิจกรรมบันทึกกว่า ๓๐ หัวข้อ ติดต่อแลกเปลี่ยนกับครูทางอีเมล์ และเว็บไซต์เข้าเรียน

🏷 ค่าใช้จ่ายในการอบรม

 

ค่าใช้จ่ายในการอบรม จำนวน ๑,๙๐๐ บาท ถ้วน หลังจากกรอกใบสมัครแล้วให้โอนค่าใช้จ่ายตามรายละเอียดในใบสมัคร

หากชำระก่อนภายในวันที่ ๒๑ เมษายน ลดเหลือ ๑,๕๐๐ บาท (เฉลี่ยวันละไม่ถึง ๗๐ บาท)

 

ค่าลงทะเบียนในการอบรมรอบนี้ เมื่อหักค่าใช้จ่ายและค่าวิทยากรแล้ว นำไปใช้ในโครงการเพื่อการกุศลของสถาบันฯ ดังนี้

๑ ) โครงการ ปัญญ์ สเปซ แหล่งเรียนรู้ออนไลน์ฟรีเพื่อทุกคน

๒ ) โครงการ ตู้หนังสือเพื่อเด็กยากไร้และชุมชน ประจำปี ๒๕๖๒

 

โดยสถาบันฯ ไม่รับเงินทุนสนับสนุนจากองค์กรใดแต่ใช้ทุนส่วนตัวของครูโอเล่และรายได้จากการอบรมทั้งสิ้น

สามารถอ่านรายละเอียด โครงการการกุศล ได้ที่ www.dhammaliterary.org/โครงการเพื่อการกุศล/

 

 

✍ สมัครการอบรม

 

กรอกใบสมัคร

 

เมื่อกรอกรายละเอียดครบถ้วนแล้ว ให้โอนค่าใช้จ่ายเพื่อยืนยันการเข้าร่วม และส่งหลักฐานหรือแจ้งเวลา ธนาคาร และชื่อผู้สมัครมาทางอีเมล์

dhammaliterary@gmail.com โดยสามารถติดต่อได้ทางโทรศัพท์ 086-3197882 (มุก ผู้ประสานงาน)

🏆 การเรียนจบหลักสูตร

 

บันทึกและส่งแลกเปลี่ยนตามแแบบฟอร์มจำนวน ๗ ครั้งขึ้นไป ภายในระยะเวลา ๔ สัปดาห์ และสรุปการอบรมทบทวนตนเอง โดยไม่มีสิ่งใดที่ครูแนะนำให้ปรับแก้ไข จึงถือว่าผ่านการอบรม โดยมีหัวข้อพื้นฐานกับเนื้อหาหลักให้บันทึกและทบทวนตนเอง จำนวน ๓๐ หัวข้อ และกิจกรรมเสริม

โดยผู้ผ่านการอบรมทุกคน จะได้รับใบประกาศ พร้อมด้วยดีวิดีรวมวิดีโอกิจกรรมบันทึก และรายละเอียดกิจกรรมเสริม ซึ่งไม่จัดจำหน่ายแต่มอบให้แก่ผู้ผ่านการอบรมนำไปฝึกฝนปฏิบัติตนเองต่อเท่านั้น

 

 

* ผู้ผ่านการอบรม “เขียนภาวนา” ในรอบก่อน

สามารถลงเรียนรอบนี้เพื่อทำกิจกรรม ระดับที่ ๔ (ชุดใหม่) จำนวน ๓๐ แบบฝึกหัด ในอัตราค่าใช้จ่ายตามบริจาค

43226025_2076136299118393_7553692660037320704_o

🧙‍ วิทยากร

 

ครูโอเล่ อนุรักษ์ เม่นหรุ่ม C.Ht

ผู้อำนวยการสถาบันธรรมวรรณศิลป์ ผู้สอนหลักสูตร “เขียนเปลี่ยนชีวิต” ผ่านหลายหัวข้อชุดอบรม และ หลักสูตรอื่นๆ อาทิ “ห้องเรียน พลังแห่งจิต” “เด็กน้อยภายใน” “ห้องเรียน นักกล้าฝัน” แก่บุคคลหลากหลายอาชีพ ทั้งในการอบรมแบบเปิดและการอบรมในกลุ่มเฉพาะตามรับเชิญ

มีความถนัดด้านการให้คำปรึกษา การพัฒนากระบวนการคิด และการบำบัดเยียวยา

ผู้เขียนคอลัมน์ออนไลน์  “ไกด์โลกจิต” และผู้ร่วมศึกษาการเขียนเพื่อส่งเสริมสุขภาวะผู้ต้องขังที่ติดเชื้อ HIV

 

Advanced Hypnotherapy Training Course , Certified Hypnotherapist ( C.Ht )

Intermediate NLP Training Course

Past Life Regression Therapy Training Course

Acting Your Inner Music

Awakening Leadership and Training of Trainer (Process Work Course 3)

Voice Dialogue Foundation

🔑 เงื่อนไขและข้อตกลง

 

ผู้สมัครมีความตั้งใจร่วมกิจกรรมการอบรมอย่างเต็มที่ โดยได้อ่านรายละเอียดและพร้อมมีส่วนร่วมในขั้นตอนต่างๆ หากมีพฤติกรรมหรือการกระทำที่ส่งผลเสียต่อผู้สอนหรือกลุ่มผู้เรียน ทางโครงการหรือผู้สอนจะพิจารณาให้ออกจากการอบรมโดยไม่มีการชดเชย

ค่าใช้จ่ายนั้นให้เป็นไปตามกำลังทรัพย์และความเหมาะสมเพื่อสนับสนุนโครงการและผู้เรียนท่านอื่น ๆ หากไม่สะดวกชำระเต็มจำนวนที่ระบุ หรือมีความจำเป็นต้องจ่ายทีหลังให้แจ้งทางโครงการพร้อมเหตุผลที่ชัดเจนเมื่อสมัคร โดยจะไม่มีการคืนเงินหรือยกเลิกไม่ว่ากรณีใด

 

 

 

📬 สอบถามเพิ่มเติม

Dhammaliterary@gmail.com , 086-3197882 (มุก ผู้ประสานงาน)

 

 

📖 อ่านบทเรียน “เขียนภาวนา” รุ่นที่ผ่านมาได้ที่

เปิดอ่านบทเรียนจากรุ่นก่อนได้ที่ www.dhammaliterary.org/รวมบทเรียน-เขียนภาวนา