Phone:

Email: youngawakening@gmail.com

สถาบันธรรมวรรณศิลป์

โลโก้TW copy

 

 

เกี่ยวกับสถาบันธรรมวรรณศิลป์

ที่มาและปรัชญาการดำเนินงาน

ผู้อำนวยการและผู้ให้คำปรึกษา

โครงการเพื่อการกุศล

การติดต่อ

 


นิยามธรรมวรรณศิลป์

ธรรมวรรณศิลป์ ประกอบด้วย ๒ นัยสำคัญ ดังนี้

๑. วรรณศิลป์หรือกระบวนการเขียนที่เผยแพร่และส่งต่อความดี ความงาม และความจริงสู่ผู้อ่านและสังคม

๒. วรรณศิลป์หรือกระบวนการเขียนที่ขัดเกลาและบ่มเพาะชีวิตจิตใจของผู้เขียนนั้นเอง

 

 

วัตถุประสงค์ของการดำเนินงาน

๑. สร้างสรรค์กระบวนการเรียนรู้เพื่อการบ่มเพาะจิตใจและการเติบโตของชีวิต เข้าถึงผู้คนในสังคมหลายกลุ่มและหลายสถานภาพ

๒. พัฒนากระบวนการเขียนที่ผสานความรู้ด้านวรรณศิลป์ จิตวิทยา ศาสนธรรม และองค์ความรู้ที่เกี่ยวเนื่องเพื่อการพัฒนาชีวิตปัจเจกบุคลและสังคม

๓. ส่งเสริมการพัฒนาการศึกษาที่นำไปสู่ความเป็นมนุษย์ที่แท้

๔. เยียวยาบาดแผลทางจิตใจและสร้างความตระหนักรู้ในชีวิตกับผู้คนในสังคม

๕. พัฒนานวัตกรรมทางการศึกษาและวรรณศิลป์ทั้งด้านสื่อสารสนเทศและสื่อเทคโนโลยีเพื่อบรรลุเป้าหมายวัตถุประสงค์และวิสัยทัศน์ของสถาบันธรรมวรรณศิลป์

 

 

วิสัยทัศน์

 

ท่านพุทธทาสภิกขุกล่าวว่า “หากศีลธรรมไม่กลับมา โลกาจะวินาศ” หมายถึง สังคมจะอยู่รอดอย่างเย็นและเป็นสุขได้ต้องอาศัยการบ่มเพาะจิตใจของผู้คนในสังคม ผ่านหนทางอันหลากหลายบนพื้นฐานของความดี ความงาม และความจริง การมีศีลธรรมนั้นมิใช่เกิดขึ้นด้วยสอนแบบบอกความรู้เท่านั้น เนื่องด้วยธรรมชาติของจิตใจมนุษย์มีคุณงามความดีเป็นพื้นฐานอยู่แล้ว เพียงความไม่รู้และการขาดการเห็นคุณค่าในตนอย่างแท้จริงเสมือนหมอกม่านกำบังไว้ การเติบโตและการเยียวยาจิตใจที่เจ็บป่วยจึงนำมาสู่ศีลธรรมตามธรรมชาติ เมื่อผู้คนมีศีลธรรม สังคมและโลกย่อมพ้นภัยอันเกิดขึ้นด้วยน้ำมือมนุษย์นั้นเอง

 

สถาบันธรรมวรรณศิลป์มุ่งมั่นสร้างสรรค์การเรียนรู้เพื่อบ่มเพาะจิตใจผู้คนผ่านเครื่องมือสมัยใหม่อย่างการเขียนเชิงจิตวิทยา กระบวนการอบรมร่วมสมัย การเรียนการเขียนเยียวยาผ่านทางไกล สื่อสิ่งพิมพ์ โปรแกรมคอมพิวเตอร์ การจัดกระบวนการเรียนรู้ที่ผสานองค์ความรู้ตะวันออกและตะวันตก เป็นต้น ทั้งในกลุ่มเยาวชนและผู้ใหญ่ เพื่อเยียวยาบาดแผลทางจิตวิทยาที่มีร่วมกันในสังคมร่วมสมัยที่ระอุร้อนด้วยการแข่งขัน ความแตกแยก การขาดราก และความโดดเดี่ยว และเพื่อบ่มเพาะคุณธรรมบนพื้นฐานของความรักและการรู้จักตนเอง ด้วยศาสตร์และศิลป์ที่มีศาสนธรรมเป็นพื้นฐาน จิตวิทยาและองค์ความรู้ที่เกี่ยวเนื่องเป็นเครื่องมือ

 

สถาบันจะดำเนินงานเป็นแบบอย่างขององค์กรแห่งการเรียนรู้ ให้การงานเป็นคุรุ ฝึกฝนตนพร้อมกับการสอนผู้อื่น พัฒนานวัตกรรมและปรับประยุกต์กระบวนการเรียนรู้อย่างไม่หยุดนิ่ง ดำเนินงานเริ่มจากการเป็นองค์กรขนาดเล็กที่คิดการณ์ใหญ่ แต่ยังอ่อนน้อมเช่นกล้าไม้นบน้อมต่อธรรมชาติ ไม่หยุดใฝ่ฝันกับเป้าหมายสำคัญเพื่อสังคม ทุ่มเทให้มากยิ่งกว่ากำลังร่างกายและจิตใจที่มีอยู่ มองข้ามอุปสรรคให้เห็นความเป็นไปได้ในความเป็นไปได้ยากยิ่ง คนทำงานเพื่อสังคมจะต้องก้าวย่างเติบโตพร้อมกับองค์กรมุ่งสู่การบรรลุศักยภาพในตนและภารกิจแห่งชีวิต

 

กิจกรรม และ การบริการ

  • การอบรมหลักสูตร สำหรับบุคคลทั่วไป อาทิ “เขียน=ค้นพบตัวเอง” , “เขียน=ปลดปล่อยชีวิต” , “เขียน=มหัศจรรย์ชีวิต” และ “เด็กน้อยภายใน”
  • การอบรมหลักสูตร สำหรับกลุ่มเฉพาะ อาทิ การอบรมเขียนบำบัด กลุ่มผู้ป่วยโรงพยาบาลบางบ่อ และ ผู้ต้องขัง เรือนจำสมุทรปราการ , การอบรมและข้อสอบกลางภาค เขียนเพื่อรู้จักตนเองและการสะท้อน นักศึกษา ม.บูรพา , การอบรมเขียนภาวนา กลุ่มเครือข่ายนักทำงานเพื่อสังคม
  • การอบรมเยาวชน “ธรรมวรรณกร” หรือ ค่ายเขียนเปลี่ยนชีวิต และ นักฝันกล้าใหม่
  • การประกวดงานเขียนเพื่อสร้างสรรค์ผู้นำรุ่นใหม่ รางวัลธรรมวรรณศิลป์
  • สื่ออีบุ๊คและหนังสือ  www.ebooks.in.th/khianpianchiwit
  • โปรแกรมและแอพลิเคชั่น เขียนเปลี่ยนชีวิต
  • การให้คำปรึกษาการดูแลจิตใจ ร่างกาย และการพัฒนาชีวิตด้วยการเขียนบันทึกบำบัดและการเขียนบันทึกสร้างสรรค์

 

 

รายนาม คณะกรรมการสถาบันธรรมวรรณศิลป์

๑. นายประชา หุตานุวัตร  ประธานกรรมการกิตติมศักดิ์

๒. นางณัชชา คำเครือ  รองประธานกรรมการ

๓. ดร. ธรรมนนท์ กิจติเวชกุล  กรรมการ

๔. นางสาววราภรณ์ หลวงณี กรรมการ

๕. ผศ.ดร.ปุณณมา ศิริพันธ์โนน กรรมการ

๖. ดร.สุขมิตร กอมณี กรรมการ

๗. ดร.ผุสดี สระทอง กรรมการ

๘. นางสยมพร  รัตนดิลก ณ ภูเก็ต กรรมการ

๙. Mr.Tom Radzienda กรรมการ

๑๐. นางสาวพวงทอง  เจริญไพโรจน์วงศ์ กรรมการ

 

รายนามคณะผู้ปฏิบัติงาน

๑. นายอนุรักษ์ เม่นหรุ่ม ผู้อำนวยการ

๒. นางสาวณัชชาพร มีสัจ รองผู้อำนวยการ

๓. นางสาวอัจรา เกื้อทาน อาสาสมัคร

๔. นางสาวปทิตตา ปานเอี่ยม อาสาสมัคร

๕. นางสาวขวัญแข ใครบุตร อาสาสมัคร

 

“หัวใจบอกลายเส้นให้รับฟัง เส้นที่ไร้จุดหมายปลายทางบอกปลายทาง ฝึกเขียนโดยไม่ยกมือขึ้นจากกระดาษและเขียนติดต่อกัน ไม่หยุดเป็นเวลา 10 นาที พบว่าเมื่อเข้าสู่นาทีที่ 2-3 เราจะกลับมาอยู่กับเสียงข้างในแล้วค่อยสงบขึ้น คลายปมในใจให้คลี่มากขึ้นๆ และแล้ว เมื่อวาง ว่างเบาคำตอบก็ค่อยๆ ปรากฏตัว ^ ^”
พิมพ์มณี เมฆพายัพ